Tuesday, July 05, 2011

Tamron SP AF 17-50mm f2.8 XR Di II LD Aspherical [IF]

เดือนกันยายน ปี 2009 แทมรอนประกาศการออกเลนซ์ SP AF 17-50mm f2.8 ตัวใหม่ที่ปรับปรุงให้มีกลไกชดเชยการสั่นไหว (vibration compensation, VC) เลนซ์ตัวนี้อยู่ในอนุกรม SP (super performance) เลนซ์ในอนุกรมนี้แต่เดิมผลิตด้วยวัสดุเกรดดี และออกแบบให้มีระบบออพติคที่ดีเพื่อเทียบเคียงกับเลนซ์เกรดดีเยี่ยมของค่ายเลนซ์โดยเฉพาะ ในปัจจุบันแทมรอนได้ใส่เทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาในผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ชิ้นเลนซ์แก้ความคลาดสีแบบต่างๆ กลไกชดเชยการสั่นไหว เลนซ์ที่มีรูรับแสงกว้าง เป็นต้น







แทมรอน 17-50มม. Di II ในมือของผมออกแบบมาสำหรับใช้กับกล้องตัวคูณที่มีเซ็นเซอร์แบบ APS-C สำหรับค่าแฟกเตอร์ของกล้องนิคอนคือ 1.55 เทียบเท่ากับระยะซูม 26-78มม. คิดเป็นความกว้างเชิงมุม 78 – 31 องศา แทมรอนออกแบบการจัดกลุ่มชิ้นเลนซ์ 19 ชิ้นเป็น 14 กลุ่ม เป็นชิ้นเลนซ์ที่มีคุณสมบัติหักเหแสงสูง extra refractive index, XR ชิ้นเลนซ์ชนิดกระจายแสงต่ำ low dispersion, LD และชิ้นเลนซ์แก้ความคลาดสี aspherical ผลจากการออกแบบทำให้เลนซ์ของแทมรอนมีรูรับแสงกว้าง f2.8 ทุกช่วงซูม จัดเป็นเลนซ์สว่าง ภษาฝรั่งเรียก fast lens/fast zoom ผลของการใช้ชิ้นเลนซ์ XR เป็นส่วนประกอบทำให้แทมรอนสามารถลดขนาดของเลนซ์ลงได้เป็นอย่างมาก คือมีขนาดกระบอกเลนซ์เพียง 79.6 x 94.5 มม. มีน้ำหนัก 570 ก. หากเทียบขนาดและน้ำหนักของเลนซ์ในระยะชักเดียวกันแล้ว เลนซ์ Nikkor AF-S 18-55mm. f2.8 G IF มีขนาด 85.5 x 110.5 มม. มีน้ำหนัก 755 ก. เลนซ์ของแคนอน EF-S17-55mm f/2.8 IS USM มีขนาด 83.5 x 110.6 มม. และหนัก 645 ก. เลนซ์แทมรอนมีระยะโฟกัสใกล้วัตถุที่สุดที่ 29 ซม. ตลอดทุกช่วงซูม มีอัตราการขยาย 1:4.8 รูรับแสงแคบที่สุดคือ f32 ซึ่งเป็นประโยชน์กับการถ่ายภาพน้ำตกเมื่อต้องการกระแสน้ำที่นุ่มนวล ใบชัตเตอร์มีจำนวน 7 ใบ






เลนซ์แทมรอนตัวล่าสุดนี้มีกระบอกเลนซ์ที่ใหญ่ขึ้นกว่าตัวเดิม (74 x 81.7 มม. หนัก 434 ก.) วัสดุเกรดพลาสติกสังเคราะห์เต็มที กระบอกซูมแน่นมั่นคง มีวงแหวนซูมที่บอกระยะซูมช่วงต่างๆ ได้แก่ 17, 24, 35 และ 50 มีวงแหวนโฟกัสแยกต่างหาก มีช่องหน้าต่างบอกระยะห่างของวัตถุ ไม่มีวงแหวนบอกขนาดรูรับแสง ระบบ VC ชดเชยการสั่นไหวคล้ายกับ VR ของนิคอน ประกอบด้วยขดลวดตรวจจับ 3 ชุดในแนวสามมิติ มีสวิทซ์ให้เลือกการเปิดระบบชดเชยการสั่นไหว และสวิทซ์การปรับระบบโฟกัสอัตโนมัติเป็น AFและ MF ไม่สามารถใช้การปรับโฟกัสอัตโนมัติร่วมกับการปรับด้วยมือได้ ในระหว่างที่โฟกัสอัตโนมัติทำงาน วงแหวนโฟกัสจะหมุนไปด้วย หากมีอะไรไปหยุดหรือขัดขวางการหมุนของวงแหวนจะทำให้มอเตอร์ที่ขับเคลื่อนการโฟกัสอัตโนมัติเสียหายได้ นับเป็นจุดอ่อนของเลนซ์รุ่นนี้ มอเตอร์ของเลนซ์ค่อนข้างดังและใช้เวลา 2-3 วินาทีกว่าจะหยุดหลังจากที่ละนิ้วจากปุ่มลั่นชัตเตอร์ แทมรอนทำสวิทซ์ล็อคซูมไว้ที่ระยะ 17มม. เพื่อกันกระบอกซูมไหลในขณะที่สะพายใช้งาน ขนาดของฟิลเตอร์คือ 72มม. และมีฮูดกลีบดอกไม้เป็นอุปกรณ์ประจำ






แทมรอนรุ่นก่อนหน้านี้สร้างชื่อเสียงเป็นอย่างมากว่าเป็นเลนซ์ที่คมอย่างหาตัวจับได้ยาก คมชัดตั้งแต่รูรับแสงแรกคือ f2.8 จากประสพการณ์ของคนถ่ายภาพหลายคนบอกว่ารุ่นที่ปรับปรุงให้มี VC สู้รุ่นเดิมไม่ได้ จุดอ่อนอีกประการคือเลนซ์แทมรอนมักให้โฟกัสไม่ตรงจุด อาจเกิดทั้งก่อนและหลังวัตถุ front/back focus และภาพที่ได้มักติดเหลือง ผมได้ทดสอบการทำงานเบื้องต้นตั้งแต่ที่หน้าร้านคือตรวจเช็คระนาบความชัดทั่วทั้งภาพที่รูรับแสงกว้างสุด f2.8 และ f11 กับช่วงซูม 17, 35 และ 50 มม. และทดสอบโฟกัสกับแผ่นทดสอบใน 3 ช่วงซูมดังกล่าวกับรูรับแสง f2.8, f5.6 และ f16 เลนซ์ตัวที่ผมได้มาให้ระยะโฟกัสถูกต้อง ผมพบว่าที่ f2.8 โฟกัสหลุดได้ง่ายที่สุด อาจเนื่องจากเลนซ์มีระยะชัดลึกที่แคบมาก ผมลองนำเลนซ์ดังกล่าวไปลองใช้ในภาคสนามในสภาวะแสงต่างๆเพื่อดูการทำงานของ VC, ดูโบเก้และการละลายฉากหลัง, ดูความคมชัดและสีสันกับกล้อง D50 และ D700 ผลการทดสอบถูกใจผมมาก เมื่อทดสอบบันทึกภาพที่ทุ่งกระเจียว สีชมพูอมม่วงถ่ายทอดสีได้ค่อนข้างใกล้ความเป็นจริง แต่ยังถือว่าสีเพี้ยนออกโทนฟ้ามากกว่าโทนแดง ภาพต้นไม้และหญ้าที่ผมห่วงว่าจะติดเหลือง มองไม่เห็นในจอของ D700 แต่มองเห็นได้ในจอคอมพิวเตอร์เพียงเล็กน้อย มักเป็นกับภาพที่แสงเข้าด้านหลังมากกว่าถ่ายย้อนแสง ความคมชัดของภาพดีจนเวลาย่อภาพไม่ควรใส่ sharpness เพราะทำให้ภาพหลอกตา รูรับแสงที่เปิดกว้าง กลไกชดเชยการสั่นไหวช่วยให้การใช้งานถ่ายภาพกับกล้องดิจิตัลรุ่นแรกๆเช่น D50 ทำงานได้ดีขึ้น สามารถใช้ ISO ตั้งแต่ 400 ลงไปโดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาน๊อยส์ นั่นคือจุดประสงค์สำคัญที่ผมซื้อเลนซ์รุ่นนี้มาใช้งาน เพราะผมชอบสีจากเซ็นเซอร์รุ่นแรกๆที่เข้มข้นดุดันมากกว่าสีใสๆหวานๆของเซ็นเซอร์รุ่นใหม่


ภาพการทดสอบอื่นๆดูได้จากที่นี่

Labels:

0 Comments:

Post a Comment

Subscribe to Post Comments [Atom]

<< Home