Monday, July 04, 2011

AF-S Zoom-Nikkor ED 24-85mm f3.5-4.5 G IF

ชื่อเต็มของเลนซ์ซูมนิคอน 24-85มม. ตัวล่าสุดที่ผมหามาไว้ในครอบครองมีชื่อตามหัวเรื่องวันนี้ หากถอดความจากชื่อให้ได้คำจำกัดความของเลนซ์ตัวนี้คือเป็นเลนซ์โฟกัสอัตโนมัติชนิดมีมอเตอร์ในเลนซ์ มีชิ้นเลนซ์ชนิดกระจายแสงต่ำ สามารถซูมได้ตั้งแต่ระยะ 24-85 มม. มีขนาดรูรับแสงกว้างสุดสำหรับระยะ 24 มม. ที่ f3.5 และที่ 85 มม. ที่ 4.5 เป็นเลนซ์แบบ G คือไม่มีค่ารูรับแสงให้ปรับบนกระบอกเลนซ์ และมีการเคลื่อนปรับโฟกัสด้วยการเคลื่อนกลุ่มเลนซ์ภายในกระบอกทำให้หน้าเลนซ์ไม่หมุนตาม



นิคอนนำเลนซ์ 24-85มม. ตัวนี้ออกสู่ตลาดระหว่างปี 2002-2006 เลนซ์มีขนาดเล็กกระทัดรัดด้วยเส้นผ่าศูนย์กลาง 73 มม. และส่วนสูง 72.5 มม. น้ำหนักเพียง 415 กรัม ใช้หน้าฟิลเตอร์ 67 มม. เลนซ์ประกอบด้วยชิ้นเลนซ์จำนวน 15 ชิ้นแบ่งเป็น 12 กลุ่ม ใช้ชิ้นเลนซ์ลดความคลาดสี 1 ชิ้น และชิ้นเลนซ์กระจายแสงต่ำเพื่อลดความคลาดสีอีก 1 ชิ้น การโฟกัสอาศัยการเคลื่อนชิ้นเลนซ์ภายในด้วยมอเตอร์ไร้เสียง (silent wave motor, SWM)






บนกระบอกเลนซ์มีวงแหวนซูมที่บอกระยะซูม 24, 35, 50, 70 และ 85 มม. มีสวิทซ์ให้เลือกการโฟกัสแบบ M/A หรือ M อย่างใดอย่างหนึ่ง ทำให้สามารถเลือกโฟกัสเองที่วงแหวนโฟกัส เลนซ์แบบ G นี้ไม่มีวงแหวนเลือกขนาดรูรับแสง การเลือกรูรับแสงต้องเลือกที่กล้อง ในกระบอกเลนซ์มีใบชัตเตอร์ 7 ใบทำหน้าที่ควบคุมรูรับแสง มีช่องหน้าต่างบอกระยะภาพเป็นฟุตและเมตร สามารถโฟกัสได้ใกล้สุดที่ 38 ซม.ตลอดทุกช่วงซูม ใช้กับฮูดรุ่น HB-28


เลนซ์ 24-85มม. รุ่นนี้ออกสู่ท้องตลาดในช่วงรอยต่อของการเข้าสู่ยุคกล้องดิจิตัล เป็นเลนซ์เกรดเยี่ยมของยุคนั้น นิคอนออกเลนซ์รุ่นนี้มาทดแทน AF 24-85mm f2.8-4.0 D IF ซึ่งต่อมาได้พัฒนาให้มีมอเตอร์โฟกัสในตัวจึงมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมากกว่า ( x 82mm, 545 ก.) แม้ว่าเลนซ์ตัวนี้จะออกมานาน และนิคอนได้พัฒนาเลนซ์สัญญลักษณ์ AF-S ให้เป็นเลนซ์เกรดดีที่มีมอเตอร์ในตัวแล้วก็ตาม แต่คุณสมบัติในเรื่องความคมจากขอบถึงขอบ, ความบิดเบี้ยวที่ระยะ 24 มม.ที่พอรับได้, สีสันที่อิ่มสด ทำให้นักวิจารณ์อย่างเคนร๊อกเวลล์ยกให้เลนซ์ตัวนี้เหนือกว่าเลนซ์ในช่วงซูมเดียวกันและเลนซ์ 24-120มม.ที่ออกตามหลังมา หากดูผลการทดสอบของโฟโตโซนในแลป เห็นได้ชัดว่าเลนซ์รุ่นใหม่เช่น 24-85mm. f2.8-4 D มีคุณสมบัติทางออพติคที่ดีกว่าเล็กน้อย และใกล้เคียงกับ 24-120mm f3.5-5.6 D


เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมลื่นไถลบนเขาพังเหยระหว่างทางไปทุ่งกระเจียว เลนซ์ตัวเก่ง Tamron SP AF 24-135mm. f3.5-5.6 IF กระแทกพื้นจนกระบอกบิดงอโฟกัสไม่ได้ ในปัจจุบันเลนซ์เกรดโปรแต่ละตัวมีราคาตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป เลนซ์แต่ละตัวมีขนาดใหญ่ขึ้นเพราะมีมอเตอร์และมีระบบแก้การสั่นไหว ขนาดและน้ำหนักขนาดนั้นหากกระแทกหรือหล่นแล้วความเสียหายย่อมมากกว่าเลนซ์ทั่วไป พนักงงานที่รับซ่อมเลนซ์เล่าให้ผมฟังว่าเขาเจอเลนซ์นาโนที่ทำหล่นมาซ่อม หลายตัวมีสภาพภายนอกดี มีเสียงภายในเล็กน้อยแต่เมื่อผ่าเลนซ์ออกมาดูแล้วภายในแตกร้าวจนซ่อมไม่ได้เพราะน้ำหนักของเลนซ์มาก ผมตัดสินใจเลือกเลนซ์ระยะซูมตั้งแต่ 24 มม.ตัวใหม่ โดยพิจารณาเรื่องความคุ้มที่คุณภาพต่อราคา และตั้งราคาไว้ไม่เกิน 10,000 บาท ในชีวิตนี้ทำกล้องและเลนซ์หล่นมาแล้ว 3 ครั้ง ยังไม่เคยเจอเลนซ์ที่ซ่อมมาแล้วเหมือนเดิม ผมไม่อยากทำเงินหลายหมื่นหลุดมือไปในคราเดียวอีก เลนซ์ที่เข้ารอบพิจารณาในคราวนี้มี 1) Sigma 24-70mm f2.8 EX DG, 2) Nikon AF 24-85mm f2.8-4 D, 3) Nikon AF-S 24-85mm f3.5-4.5 G, 4) Nikon AF-S 24-120mm f3.5-5.6 VR เลนซ์ทุกตัวนี้ไม่อยู่ในสายการผลิตแล้ว Sigma ตัวแรก ขึ้นชื่อเรื่องถ่ายย้อนแสงไม่ได้ หน้าเลนซ์ขนาด 82 มม. หาฟิลเตอร์ยากและราคาแพงมาก น้ำหนักมากถึง 700 ก.หากรวมกับกล้องแล้วไม่น้อยกว่า 1.5 กก. ค่าตัว 8,500 บาทไม่สูงมาก แต่ผมขอยอมแพ้ที่น้ำหนักของมัน Nikon 24-120มม. ได้ช่วงที่ดีเหมาะกับการใช้เลนซ์ตัวเดียว มีระบบแก้ภาพไหวแต่เป็นรุ่นหนึ่ง ความคมชัดและความบิดเบี้ยวของภาพมีมาก ค่าตัว 17,000 บาทเกินงบที่ตั้งไว้ เหลือนิคอนอีก 2 ตัวให้พิจารณา เป็นช่วงซูมมาตรฐาน 24-85มม. ตัวแรกมีคุณสมบัติทางออพติคดีกว่า ใหม่กว่า มีวงแหวนบอกรูรับแสง เป็นเลนซ์ที่สว่างกว่า แต่มีขนาดและน้ำหนักมากกว่า ค่าตัวปัจจุบันอยู่ที่ 13,000 บาท ตัวที่สองพิจารณาแล้ว ขนาดรูรับแสงจะต่างกันเพียงไม่ถึงครึ่งสตอป และผมใช้กล้องที่ดึง ISO3200 เพื่อบันทึกภาพได้ไม่มีปัญหาเรื่องน๊อยส์ เลนซ์กระทัดรัดถูกใจผมมาก ราคาอยู่ที่ 6,500-8,500 แล้วแต่สภาพ หากผมต้องการสภาพออพติคที่ใกล้เคียงกัน ราคาที่แตกต่างกันครึ่งหนึ่ง ผมคงต้องเลือกต หากผมต้องการสภาพออพติคที่ใกล้เคียงกัน ราคาที่แตกต่างกันครึ่งหนึ่ง ผมคงต้องเลือกตัวที่เป็น AF-S มากกว่า AF D วันเสาร์ผมไปเดินตลาดขายกล้องมือสองแถบวังบูรพา พบกับ AF-D 24-120mm รุ่นเก่าก่อนปรับเป็น VR เลนซ์ตัวที่ผมทดลองเคยตกมาก่อนแน่นอนเพราะความคมชัดไม่ได้ระนาบ ผมพบ Tamron SP 24-135mm. รุ่น 50ปี อีกสองตัว ตัวหนึ่งทดลองแล้วพอใจ ค่าตัวเพียง 6,000 บาท แต่ผมก็หวังลึกๆว่าเลนซ์ของผมอาจซ่อมได้และไม่มีปัญหาใด ขอรอดูผลการซ่อมก่อน มีอีกร้านหนึ่งนำเลนซ์ AF-S 24-85mm มาขาย ทดสอบเบื้องต้นดูระนาบความชัด ทดลองบันทึกภาพมุมกว้างและภาพพอร์เทรต ทดสอบระยะโฟกัสที่ระยะซูมต่างๆในรูรับแสงกว้างและแคบสุด รู้สึกพอใจ ยกเลนซ์ขึ้นส่องดูเห็ฯมีฝุ่นอยู่ข้างใน วงแหวนปรับโฟกัสกำลังจะเหนียวเพราะยางหุ้มเสื่อม ฮูดมีรอยกาวเพราะมันร้าวมาก่อน ตกลงค่าตัวกับทางร้านได้ 7,500 บาท ได้มาก็รีบหิ้วไปวัดโพธิ์ถ่ายภาพมา 2-3ใบ ผลงานของเลนซ์ตัวนี้นำมาลงไว้ให้ชมกันที่นี่ ในค่าตัวเท่านี้ ในคุณภาพที่ได้นี้ ผมพอใจ ส่วนที่เสียไปคือซูมในเทเลระยะต้น ร้อยละ 90 ผมบันทึกเป็นภาพไม่เกินระยะ 55มม. แต่หากต้องการซูมเข้าไปหารายละเอียดก็ต้องอาศัยการครอปภาพแทน วันไหนผมทำเลนซ์หล่นหรือกระแทกเสียหายก็แค่โยนมันทิ้งไปโดยไม่ต้องเสียดายเงินก้อนใหญ่



ภาพการทดสอบอื่นๆชมได้ที่นี่

เอกสารอ้างอิง:

http://www.kenrockwell.com/nikon/2485afs.htm
http://www.photozone.de/nikon--nikkor-aps-c-lens-tests/238-nikkor-af-s-24-85mm-f35-45g-if-ed-review--test-report

Labels:

0 Comments:

Post a Comment

Subscribe to Post Comments [Atom]

<< Home