หลังอาหารมื้อเช้า เรามีเวลาเล็กน้อยที่จะจัดการกับตัวเองให้เรียบร้อย และเก็บกระเป๋าเสื้อผ้านำขึ้นรถ ผมขับรถผ่านตลาดที่กำลังวาย ทั้งตลาดมีแต่คนพม่า(หรือมอญผมไม่แน่ใจ) ส่งเสียงด้วยภาษาที่ผมไม่เข้าใจ สุภาพสตรีจะสวมเสื้อผ่าหน้าชายสั้นเข้ารูป นุ่งซิ่นกรอมเท้า ปะแป้งจนหน้าลาย ชายสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวเป็นส่วนใหญ่และนุ่งโสร่ง แขกเป็นอีกกลุ่มที่เห็นมากพอสมควร น่าจะเป็นแขกปากีสถาน บังคลาเทศมากกว่าอินเดีย เราไม่ได้แวะลงที่ตลาดแต่ผมขับรถวนรอบเมืองเพื่อดูบ้านเมืองในตอนเช้า ร้านรวงต่างๆเปิดหน้าร้านกันแล้ว ไม่มีวันหยุดปีใหม่ราวกับที่นี่ทุกวันเป็นเงินเป็นทอง ผมตรงไปวัดชุมพลคีรีก่อนเพื่อจะดูเจดีย์ทองในวัด ผมเคยเห็นภาพถ่ายทางอากาศรูปทรงไม่ผิดแผกไปจากเจดีย์ชเวดากองสักเท่าใด แต่เมื่อยืนดูจากในลานวัดแล้วก็พบว่าเป็นเจดีย์มอญแปดเหลี่ยมที่ฐานไม่กว้างอย่างที่คิด แถมรูปทรงยังสูงชะลูดแบบเจดีย์อยุธยา เฉพาะปล้องไฉนเท่านั้นที่ใหญ่แบบรามัญและมียอดมงกุฎ ตัวเจดีย์ทาสีทองซีดๆ เป็นเจดีย์โดดๆ มีเจดีย์บริวารเล็กๆล้อมรอบ 20 องค์ เจดีย์อยู่กลางวัดพอดี ชาวบ้านแถบนั้นเดินตัดลานวัดออกไปตลาด ลานซีเมนต์ยังเป็นที่จอดรถและที่นอนของสุนัขหลายตัว มันมาพร้อมกับกองอุจจาระปัสสาวะทำให้ต้องระมัดระวังในการเดินถ่ายรูปภายในวัด วัดชุมพลคีรีสร้างในสมัยพระเจ้าตากสินมหาราช จึงมีอายุเกือบ 240 ปี มีวิหารเล็กๆอีกสองหลัง พระพุทธรูปในวิหารเป็นศิลปะตามยุคสุโขทัย
Labels: โลกนอกกะลา

เมื่อทุกคนพร้อม รถก็พาเรามาถึงตลาดเทศบาล มีนักท่องเที่ยวมาเดินตลาดก่อนหน้าเรากันแล้ว ตลาดเป็นศาลาโถง สองข้างเป็นอาคารพาณิชย์สองชั้น มีแผงขายของเป็นแถวเป็นแนว มีทั้งอาหารสด อาหารสำเร็จรูปทั้งคาวหวาน ผลไม้ และสินค้าเฉพาะถิ่นอย่างเครื่องยาสูบ สีเสียด ขนมหน้าตาแปลกๆ ยิ่งเดินก็ยิ่งรู้สึกหนาวมากขึ้นทุกที ดีที่ผมนำถุงมือและหมวกออกมาด้วย ผมเห็นไอจางๆลอยออกมาตามลมหายใจ บางคนก็ห่อตัวกันจนมิด แต่ผมเห็นบางคนสวมเพียงเสื้อยืดบางๆตัวเดียว เห็นเขาหยอดขนมครกในกะทะดินเผาแล้วน่าทานมากจึงได้ซื้อมาทานแก้หนาว เพียงหกโมงเล็กน้อยพ่อค้าแม่ขายก็เก็บของกันแล้ว ก่อนกลับเราเดินออกมาถนนข้างตลาด แม่ค้าหน้าตาคมขำกำลังนวดแผ่แป้งโรตีเพื่อทอดให้กับลูกค้าที่รอกันอยู่ จำนวนผู้รอคอยน่าจะประกันความอร่อยได้ระดับหนึ่ง จากการสนทนาได้ความว่าเธอเป็นอิสลามรุ่นที่สามที่นี่ ชุมชนพุทธ, คริสต์และอิสลามที่แม่สะเรียงต่างมีไม่น้อยและไม่เคยมีปัญหากันเลย เขาอยู่ร่วมกันได้อย่างสุขสงบ แม่สะเรียงเป็นชุมชนกระจายสินค้าให้กับแม่ลาน้อย ยวมและสบเมย แม้เศรษฐกิจจะไม่คึกคักหวือหวาแต่ก็พอเลี้ยงตัวได้
อาหารเช้าที่ทางโรงแรมจัดมาให้เป็นเมนูแบบอเมริกัน เรานั่งรับประทานอาหารกันที่ระเบียงที่อยู่ติดแม่น้ำยวม เสียงน้ำจากแม่ยวมเซาะแก่งดังแว่วมาตลอดเวลาในขณะที่หมอกยังปกคลุมอยู่เหนือผิวน้ำและภูเขาที่อยู่ห่างออกไป ผมเห็นแม่เดินดูโน่นดูนี่ เกาะระเบียงชะโงกลงไปดูต้นไม้ที่ตลิ่งเบื้องล่าง เสร็จจากอาหารเช้าเราก็เก็บของ อาบน้ำแต่งตัวใหม่ เราไม่ได้เร่งร้อนเนื่องจากที่พักค่อนข้างถูกใจเรามาก เช้านี้ผมมีโปรแกรมจะพาแม่ไปวัดศรีบุญเรืองและวัดจองสูง เราถึงวัดศรีบุญเรืองในตอนสายๆ วัดอยู่ในช่วงการจัดงานขึ้นปีใหม่ไทยพอดี เขาแขวนโคมกระดาษไว้ใต้ต้นไม้ และที่ลานว่างหน้าวิหาร มีโต๊ะบริจาคซื้อผ้าห่มกันหนาวแจกผู้ยากไร้ซึ่งเราก็ร่วมทำบุญกับวัดด้วย เขาให้เขียนข้อความบนผ้าห่ม ข้อความของเราคือขอองค์พระผู้เป็นเจ้าอำนวยพรให้ครอบครัวของท่านมีความอบอุ่นและความสุขตลอดไป ผมว่าคนรับผ้าห่มคงประหลาดใจไม่น้อยที่ของมาจากวัดแต่เป็นคำอวยพรแบบคริสต์ จุดเด่นของวัดศรีบุญเรืองคือ เป็นวัดที่สร้างโดยชาวไทยใหญ่ อุโบสถที่นี่เป็นจองยอดปราสาท ภายในอุโบสถมีพระพุทธรูปแบบพม่าองค์ใหญ่ เครื่องบนหลังคาเป็นไม้ฉลุลวดลายสวยงาม ส่วนวิหารโถงแบบจองเป็นทั้งสถานที่ทำศาสนกิจ เป็นกุฏิ จึงมีทั้งพระพุทธรูปพม่าทรงเครื่องกษัตริย์องค์ใหญ่ พระพุทธรูปหินหยกขาว ธรรมาสน์พระเทศน์สองหลังพนักสูงฉลุลายปิดทองไว้งดงาม สิ่งที่เป็นงานศิลปะล้ำค่าในวิหารคือภาพเขียนชาดกเรื่องพระเวสสันดร 12 ภาพ เขียนตามวิถีชีวิตแบบไทยใหญ่ 

นาฬิกาบอกว่าเป็นเวลาบ่ายสามเศษ ก่อนจะเริ่มเดินทางกันอีกครั้งหนึ่ง ผมนำรถไปเติมน้ำมันเต็มถัง ผมยังพอเหลือก๊าซสำรองในถังอีกเล็กน้อย เราล้างหน้าตาเข้าห้องน้ำ ดื่มกาแฟ และจัดการกับขนมเค็กที่เหลือ และเราก็ออกเดินทางกันต่อ เมื่อรถมาถึงแยกจอมแจ้งผมก็อดไม่ได้ที่จะนำรถวนขึ้นไปตามดอยเตี้ยๆขึ้นไปลานวัดด้านบนเพื่อให้แม่ได้ดูภาพเมืองแม่สะเรียงจากมุมสูง วัดพระธาตุจอมแจ้งถือเป็นแลนด์มาร์คหนึ่งในสี่จอมของเมือง แดดหน้าหนาวค่อนข้างแรงเผาจนแสบผิว ผมได้ยินเสียงนักท่องเที่ยวถามกันเองว่าผมเป็นชาวกะเหรี่ยงหรือเปล่า ทำนองว่าถ้าเป็นกะเหรี่ยงจะได้มาขอถ่ายรูปด้วย กว่าที่เราจะเดินทางกันจริงๆก็สี่โมงเย็น ผมประมาณในใจว่าผมจะถึงท่าสองยางตอนหกโมงเย็นและแม่สอดในราวหนึ่งทุ่มLabels: ชุดเที่ยวล้านนา, โลกนอกกะลา
February 2006 March 2006 April 2006 May 2006 June 2006 July 2006 August 2006 September 2006 October 2006 November 2006 December 2006 January 2007 February 2007 March 2007 April 2007 May 2007 June 2007 July 2007 August 2007 September 2007 October 2007 November 2007 December 2007 January 2008 February 2008 March 2008 April 2008 May 2008 June 2008 July 2008 August 2008 September 2008 October 2008 November 2008 December 2008 January 2009 February 2009 March 2009 April 2009 May 2009 July 2009 August 2009 September 2009 October 2009 November 2009