คนเราแก่ลงทุกวินาที เพียงเสี้ยววินาทีที่ผ่านไปก็กลายเป็นอดีตเมื่อครั้งยังเยาว์ทั้งสิ้น
ในเดือนธันวาคม บริษัทฯผมจัดประชุมวางแผนกลยุทธ์ที่จังหวัดกาญจนบุรี ผมกับเพื่อนอีกสามคนตัดสินใจว่าเราจะไปตั้งค่ายกันที่เขื่อนเขาแหลมตามประสาหนุ่มโสด เรามีอาหารที่เหลือจากการเลี้ยงที่โรงแรมกินกันตลอดคืน ตลอดเส้นทางจากเขื่อนเพื่อไปสะพานไม้ที่สังขละบุรีเต็มไปด้วยหมอก ผมขอบคุณพระเจ้าสำหรับการเดินทางที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและมิตรภาพ ผมได้โอกาสกลับไปเยือนซองกาเลีย เกริงกระเวียและด่านเจดีย์สามองค์อีกครั้งหนึ่งในเวลาที่ต่างกันถึงยี่สิบปี เราขนซื้อเครื่องไม้กลับมาเต็มรถ เมื่อผมกลับมาถึงบ้าน ผมได้รับจดหมายจากมูลนิธิศุภนิมิตแจ้งชื่อเด็กที่ผมแสดงความจำนงค์รับอุปการะไว้ ผมขอบคุณพระองค์สำหรับสมาชิกใหม่ที่พระองค์มอบให้ ผมไม่รู้สึกว่านั่นคือภาระใดเลย แต่เป็นความสุขใจ
ครอบครัวของผมเดินทางไปพักผ่อนรับปีใหม่กันที่ริมขอบชายโขง เราเดินทางกันในตอนบ่ายวันเสาร์อย่างไม่เร่งรีบและถึงจังหวัดมุกดาหารเอาเมื่อขึ้นวันใหม่ อากาศเย็นสบายและความหนาวเย็นพาความสดชื่นมาให้ ผมได้เห็นวัดวาอารามแบบล้านช้างซึ่งแปลกตาออกไป พอตกเย็นเราขึ้นไปบนภูผาเทิบเพื่อดูธรรมชาติ เราลัดเลาะริมโขงไปนครพนมในวันรุ่งขึ้น คนในครอบครัวต่างพูดเป็นเสียงเดียวว่าไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสมาถึงนครพนม เราฉลองอำลาวันสิ้นปีกันแบบง่ายๆด้วยอาหารถุงและที่จัดมาเป็นกระทงในงานกาชาดของจังหวัด ห้องพักที่โรงแรมเปิดออกหันหน้าเข้ารับลมแม่น้ำเต็มที่ ผมขอบคุณพระเจ้าที่เราได้ห้องพักทั้งๆที่ห้องพักด้านวิวแม่น้ำจะถูกจองเต็มไปแล้วก่อนหน้านั้น จากนครพนมเรากลับเข้ากรุงเทพนทางสกลนครข้ามเทือกเขาภูพานและแวะดูหลุมขุดค้นไดโนเสาร์ที่สหัสขันธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ แม่ผมมองดูกระดูกไดโนเสาร์ด้วยความตื่นเต้นที่เห็นครบทั้งตัว ตลอดการเดินทางสี่วันเราลืมความเหน็ดเหนื่อย โอกาสที่แม่ลูกอยู่กันพร้อมหน้าตลอดยี่สิบสีชั่วโมงในชั่วชีวิตหนึ่งหาได้ยากยิ่ง และพระเจ้าทรงให้โอกาสเช่นนั้นแก่เรา เราไม่เคยคิดว่าเราจะได้เห็นแม่น้ำสายใหญ่นี้ด้วยกันที่สามเหลี่ยมทองคำ, ที่เชียงคานจังหวัดเลย, ที่เมืองหนองคายและโพนพิสัย, ที่ริมเขื่อนนครพนม, ที่ริมน้ำมุกดาหาร ที่บนโขงเจียม อุบลราชธานี ผมหวังไว้ในใจลึกๆว่าจะมีวันหนึ่งที่ครอบครัวผมจะได้ขับรถเลียบแม่น้ำโขงที่ผ่านชายแดนไทยตลอดสายน้ำ แม้ว่าการเดินทางกลับทำให้ผมต้องขับรถคืนยันรุ่งแต่ผมขอบคุณพระเจ้าที่นำเราทุกคนกลับบ้านด้วยความปลอดภัย
สิ้นเดือนมกราคม บริษัทฯส่งผมไปอบรมเรื่องการจัดการนวัตกรรมที่ประเทศสิงคโปร์ แม้ว่าจะเป็นการเรียนสั้นๆเพียงสามวันทำให้ผมเปิดโลกทรรศน์ในเรื่องของแนวคิดประดิษฐกรรมใหม่ออกไป ผมได้วิชามาต่อยอดการทำงานและใช้สอนหนังสือ ผมได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆในชั้นเรียนเพิ่มขึ้น เห็นโลกธุรกิจที่เปลี่ยนมือจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่งได้ชัดกว่าที่ผมเห็นในประเทศไทย และที่สำคัญได้ท่องเที่ยวดูสิงคโปร์ในส่วนที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนเช่นชุมชนอินเดีย และชุมชนชาวจีนในช่วงก่อนวันตรุษจีนเพียงไม่กี่วัน
ปีนี้มีน้องในโบสถ์แต่งงานสองคู่ ผมเริ่มคิดถึงประสิทธิภาพและข้อจำกัดของอุปกรณ์ถ่ายภาพ ผมตัดสินใจซื้อแฟลชไว้ใช้งานพิธีในโบสถ์ซึ่งต้องมีขนาดใหญ่พอประมาณ แฟลชของยี่ห้อกล้องเหมาะสมที่สุดเพราะเขาจับคู่มาอย่างดี ในขณะที่ผมซื้อนั้นแฟลชรุ่นใหม่ออกมาพอดีโดยปรับปรุงจากแฟลชรุ่นเดิมให้สามารถสื่อสารกับกล้องแบบไร้สายได้ ผมตัดสินใจซื้อแฟลชแบบนั้นทั้งๆที่กล้องผมไม่มีระบบไร้สาย ผมคิดเพียงว่าอีกไม่นานผมอาจได้เปลี่ยนกล้อง กล้องถ่ายรูปรุ่นใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำตลาดในขณะนั้นราคาเฉพาะตัวกล้องเพียงอย่างเดียวเป็นเงินครึ่งแสน ความหวังในการได้กล้องรุ่นใหม่ของผมมันช่างดูริบหรี่ ขอบคุณพระเจ้าที่เมื่อถึงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ราคาอุปกรณ์อิเลคทรอนิคตกลงมาต่ำพอที่จะให้ผมซื้อกล้องใหม่ในราคาที่พอเหมาะกับฐานะของผมเอง ผมได้ชุดกล้องที่ทำงานกับแฟลชได้เต็มประสิทธิภาพ นอกจากกล้องของผมเองแล้ว ผมซื้อเลนซ์คุณภาพดีเพิ่มขึ้นหนึ่งตัวในราคาเพียงสองในสามเพื่อมอบให้พี่ของผม ขอบคุณพระองค์สำหรับการจัดเตรียมที่พระองค์ให้มาเกินความเข้าใจ
ปีนี้เป็นปีที่เงินเฟ้อพุ่งขึ้นสูง ในความเป็นจริงแล้วสินค้าอุปโภคบริโภคมีราคาสูงขึ้นมากกว่าร้อยละ 30 ลำพังค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผมเติมก็เพิ่มขึ้นจากเดือนละ 2,000 บาท เป็น 6,000 บาท เดือนมีนาคมที่ผ่านมาบริษัทฯตัดสินใจขึ้นเงินเดือนให้พนักงาน ผมได้รับการขึ้นเงินเดือนเช่นกัน พระเจ้าให้โดยที่ผมไม่เคยร้องขอและให้มากอย่างที่ผมไม่เคยคิด คือเงินเดือนผมขึ้นร้อยละ 20 เมื่อผมรู้จักการให้พระเจ้าก็มอบการรับกลับคืนมา เพื่อให้ผมจะให้ได้มากยิ่งขึ้น
เมื่อเทศกาลสงกรานต์มาถึง ผมขอลาพักร้อนเพื่อขึ้นไปร่วมค่ายไหปลาร้าที่คริสตจักรฯจัดขึ้นร่วมกับคริสตจักรท้องถิ่นในแม่ฮ่องสอนเพื่อนำของขวัญและความรักไปถึงชุมชนชาวกะเหรี่ยงบนภูเขาที่เกือบถูกตัดขาดจากโลกภายนอก การไปเยี่ยมชุมชนครั้งนั้นทำให้ผมเกิดสัญญาใจในการสนับสนุนงานของคริสตจักรที่นั่น และในคราวนั้นผมได้ถือโอกาสพักผ่อนจากงานเที่ยวชมจังหวัดลำพูน ผมซื้อเครื่องไม้หลายชิ้นจากแหล่งที่ผลิตบรรทุกเต็มคันรถกลับมาในราคาถูกราวกับได้เปล่า พาหนะคันเก่าแก่พาผมอย่างสัตย์ซื่อข้ามเทือกเขาถนนธงชัยไปสู่ที่ราบลุ่มแม่น้ำแม่แจ่ม ผมเห็นเมืองลับแลที่มีวัฒนธรรมและประเพณีของตนเองในบรรยากาศเย็นสบายราวกับไม่ใช่ช่วงเวลาที่ร้อนสุดของปี ผมขอบคุณพระเจ้าที่ผมมีโอกาสครั้งแรกที่จะเดินทางเลียบชายแดนไทย-พม่าลงมาจากแม่ฮ่องสอนเพื่อค้างคืนและเที่ยวเมืองแม่สอด ผมขอบคุณพระเจ้าที่ได้มีโอกาสพบอาจารย์ประจำชั้นที่ผมเคารพรักอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ไม่เคยได้พบปะกันเลยสามสิบปี การพักร้อนในปีนี้เป็นปีที่ผมจะจดจำไปอีกนานถึงพระคุณของพระเจ้าที่สถิตย์อยู่ด้วยกับผมตลอดการเดินทางไปและกลับ ผมขับรถขึ้นเขาไต่ขึ้นเนินบนพื้นหินเป็นระยะทาง 21 กิโลเมตรที่เต็มไปด้วยฝุ่นและล้อหมุนฟรีตามทางลาดชันและหักโค้ง ไม่มีใครคิดว่ารถเก๋งธรรมดาอายุ 13 ปีจะทำเช่นนั้นได้ แต่พระเจ้าก็ให้มันทำงานตั้งแต่ต้นจนสิ้นสุดการเดินทางอย่างราบรื่น
ปีนี้เป็นปีที่แม่ผมพบแพทย์บ่อยที่สุดทุกเดือน บางเดือน 2-3 ครั้งเนื่องจากอาการกระเพาะอาหารอักเสบ แม่ผมท้องเสียเป็นเดือนจนเราตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น กว่าเราจะทราบว่าเป็นผลข้างเคียงของยารักษาปลายประสาทอักเสบก็ทำเอาน้ำหนักของผมหายไปหลายกิโล แต่น้ำหนักของแม่ยังเท่าเดิม พอกลางปีอาการสันหลังเสื่อมจนกระดูกไปทับประสาทของแม่ก็เพิ่มขึ้น ผมกับพี่ต้องผลัดกันพาแม่ไปพบแพทย์ ขอบคุณพระองค์ที่ได้แพทย์มือหนึ่งของประเทศ หมอได้ให้ยาเร่งการสร้างกระดูกเมื่อพบว่ามวลกระดูกต่ำจนเสี่ยงสูงต่อกระดูกเปราะ การบำรุงสุขภาพอย่างเต็มที่พร้อมกับกระดูกที่สร้างเพิ่มทำให้น้ำหนักของแม่เพิ่มขึ้นถึงสองกิโลกรัม แม้ว่าวันนี้เราจะยังรอนัดหมายการผ่าตัดแต่ผลการตรวจเลือด ตรวจหัวใจและเอกซเรย์ ทำให้เราทราบว่าสุขภาพของแม่อยู่ในเกณฑ์ดีมาก ค่าต่างๆในเลือดยังดีกว่าผมเสียอีก ผมจึงไม่ลืมที่จะขอบคุณพระองค์ในเรื่องนี้
เมื่อฤดูฝนมาเยือน จุดวงน้ำสีน้ำตาลเล็กๆที่ผมสังเกตเห็นบนฝ้าเพดานชั้นสามของบ้านก็ขยายวงชัด ผมเห็นเป็นทางยาวสองสาย แสดงว่าสิ่งที่ผมคิดว่าหลังคารั่วเล็กๆนั้นไม่ใช่จุดเล็กๆเสียแล้ว ผมขอบคุณพระเจ้าที่ผมสามารถหาช่างมาดูและแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ทันทีในวันรุ่งขึ้น การหาช่างมาทำให้เราได้ทันทีสำหรับผมเป็นเรื่องที่อัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง ช่างที่ผมเคยใช้บริการเพิ่งจะตกหลังคาบ้านนอนเดี้ยงอยู่ที่บ้านของเขาเอง รอยรั่วของหลังคาเกิดจากช่างทำรางน้ำเปิดกระเบื้องแล้วไม่ได้ติดตั้งตะขอเกี่ยวกลับเข้าที่ มีกระเบื้องเกือบสิบบานที่คลุมไว้เฉยๆและซ้อนไม่สนิท ผมขอบคุณพระเจ้าที่เวลาปีเศษๆที่ผ่านมา ไม่มีกระเบื้องแผ่นใดของเราปลิวไปตกที่บ้านของคนอื่นหรือทำให้ใครบาดเจ็บ ขอบคุณพระองค์ที่การซ่อมหลังคาสำเร็จเรียบร้อย ช่างที่มาทำให้ปลอดภัยและหลังคาบ้านผมสามารถคุ้มกันความร้อนและฝนที่เทลงมามากผิดปกติในปีนี้
สถานการณ์ราคาน้ำมันในปีนี้ผันผวนเป็นอย่างยิ่งจากลิตรละยี่สิบบาทขึ้นไปถึงสามสิบห้าบาท ผมตัดสินใจนำรถไปติดตั้งแก๊สแอลพีจีในเดือนกรกฎาคม ราคาค่าถังและอุปกรณ์ขึ้นไปอีกหลายพันบาทจากปกติภายในสองเดือน อู่ต่างๆที่รับติดตั้งต้องรอคิวกันตั้งแต่ 3 วันถึง 3 สัปดาห์ ในวินาทีนั้นแม้ว่าผมจะมีเงินแต่ผมก็ไม่อาจติดได้ ผมเฝ้ารออู่ที่ผมไปติดต่อไว้เรียกให้ผมนำรถเข้าไปติดตั้งอยู่ถึงสามสัปดาห์ในขณะที่ค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้งเพิ่มขึ้นทุกวัน ขอบคุณพระเจ้าที่นำให้ผมโทรศัพท์ไปติดต่อที่อู่แห่งหนึ่งไม่ไกลบ้าน เขาให้ผมนำรถไปติดตั้งในวันรุ่งขึ้น และผมได้ชุดติดตั้งของโทมาเซตโตตามที่ผมต้องการซึ่งอู่ที่ผมติดต่อไว้แต่แรกไม่มีชุดอุปกรณ์นี้ แม้ผมต้องจ่ายเงินไปสูงกว่าปกติพอสมควร แต่รถผมได้อุปกรณ์ที่ดี และผมไม่ต้องรอไปอย่างไม่มีกำหนดว่าเมื่อใด เวลาผ่านมา 5 เดือน ผมไม่พบปัญหาใดๆให้ผมหนักใจ ผมไม่ต้องนำรถกลับไปปรับแต่งใหม่อย่างรถเก่าคันอื่นๆ และที่สำคัญคือว่าอัตราการกินแก๊สเท่ากับน้ำมันในขณะที่รถอื่นจะมีอัตราการกินที่สูงกว่าร้อยละ 10 รายจ่ายค่าเชื้อเพลิงของผมลดลงเหลือเพียงหนึ่งในสาม แม้ว่าน้ำมันจะลงราคามาอีกมากแต่ค่าแก๊สก็ยังถูกกว่าค่าน้ำมัน
ผมยังจำเรื่องราวที่ผมย้ายเข้าบ้านหลังนี้ได้ดี ผมบรรทุกของมาเต็มรถทุกวันจากบ้านเดิมมาเป็นลังๆ ผมกับแม่เริ่มมานอนที่บ้านใหม่กันระหว่างสัปดาห์และกลับบ้านเก่าเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์ เมื่อเราย้ายมาบ้านใหม่เป็นการถาวรทั้งบ้านมีเพียงตู้ไม้โบราณสองหลัง เปียโนเก่าหนึ่งหลัง เตาอบพร้อมหัวแก๊สสำหรับทำครัว เตียงพร้อมฟูกสามเตียง โต๊ะเขียนหนังสือ 2 ชุด และชุดรับแขกไม้จากบ้านเดิมอีก 1 ชุด แต่วันนี้บ้านทั้งสามชั้นมีเฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็น ตู้โบราณสูงเกือบจรดเพดานที่ผมทะยอยซื้อมาครั้งละตัววางติดผนังจนเต็มพื้นที่ ความเป็นบ้านอาศัย (house) ชัดเจนขึ้นไม่น้อยกว่าความรู้สึกว่าเป็นบ้านที่มีคนอยู่ร่วมกัน (home) อีกต่อไป ผมใช้เวลาแปดปีค่อยๆเติมต่อบ้านให้กับคนในครอบครัว ผมจ่ายเงินกู้งวดสุดท้ายให้กับธนาคารเมื่อเดือนมีนาคม ตลอดปีที่แล้วต่อเนื่องมาจนเดือนมีนาคมพระเจ้าให้ผมมีงานพิเศษเพื่อให้ผมมีเงินก้อนไปชำระหนี้ ผมเทเงินโบนัสที่ผมได้มาทั้งหมดลงไปสมทบ และเมื่อหนี้ของผมหมดงานพิเศษก็ปิดฉากลงพอดี ผมเพิ่งจะมีเวลาไปติดต่อธนาคารเพื่อดำเนินเรื่องไถ่ถอนและโอนชื่อกลับมาเป็นชื่อของผมเมื่อวันที่ 1 กันยายน โฉนดที่ดินกลับมาอยู่กับผมหลังจากที่ไปอยู่ธนาคารมาแปดปี ผมไม่เพียงขอบคุณพระองค์ในปีนี้ แต่ผมขอบคุณพระองค์สำหรับแปดปีที่ผ่านมา ผมขอบพระคุณพระองค์สำหรับพระคัมภีร์อีกสองเล่มที่ผมได้มา เพื่อศึกษาและแบ่งปันพระวจนะของพระองค์ พระองค์ให้ผมได้รู้จักพระองค์มากยิ่งขึ้น รุ้จีกวิถีของพระองค์ และให้ผมได้รับประสพการณ์ต่างๆเหล่านั้น ขอบคุณพระองค์สำหรับหนังสืออีกหลายสิบเล่ม ความสุข ความตื่นเต้นยินดีที่พระองค์เปิดเผยโลกใบนี้ในแง่มุมต่างๆ เปิดเผยพระปัญญาของพระองค์ให้ผมได้รับรู้
ปีหน้ามีอะไรมากมายที่รออยู่ ปัญหากระนั้นหรือ สำหรับผมแล้วมีแต่พระพรของพระองค์รอผมอยู่ พระองค์เปลี่ยนทุกอุปสรรคให้เป็นพระพร เป็นความสุขอย่างเหลือล้นแก่ผม แก่คนในครอบครัวและแก่คนอื่นๆ แม้ยังไม่ทันพ้นข้ามวันขอบคุณพระเจ้าผมก็ตั้งตารอที่จะนับพระพรใหม่ๆของพระองค์แล้วLabels: จิตวิญญาณ
สองปีก่อนผมได้อีวรรณ (E-1) มาใช้งาน ซึ่งอีวรรณก็ได้ปรนนิบัติรับใช้ผมอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เมื่อวานนี้ผมได้จ่ายเงินอีกก้อนหนึ่งซื้ออีสัมฤทธิ์ (E-3) มา อีวรรณถือสัญชาติญี่ปุ่น ส่วนอีสัมฤทธิ์ใช้สัญชาติจีน ตามกระแสโรงงานผลิตของโลกในยุคนี้ อีวรรณมันทำอะไรให้ผมไม่ถูกใจหรือ ก็เปล่า แต่มีอะไรหลายอย่างที่อีสัมฤทธิ์มีแต่อีวรรณไม่มีต่างหาก มาลองดูกันหน่อยว่าอะไรที่อีสัมฤทธ์มันเหนือกว่าอีวรรณ
กล้องที่จัดเป็นเรือธงของโอลิมปัสในระบบ E-series ซึ่งเป็นกล้องที่พัฒนาเซ็นเซอร์ของระบบ 4:3 เมื่อห้าปีที่แล้วคือกล้องรุ่น E-1 ราวปลายปี 2007 ได้ออกกล้องรุ่นท๊อปตัวใหม่ออกมาชื่อ E-3 กล้องรุ่นใหม่มีการพัฒนาขึ้นจากรุ่นเดิมหลายอย่างทำให้ชาวโอลี่ดีอกดีใจจะได้ใช้เงินเก็บกันเสียทีหลังจากที่ค่ายกล้องอื่นๆออกกล้องมาเป็นว่าเล่น โดยเฉลี่ยแล้วกล้องแต่ละรุ่นมีอายุในตลาดเพียงสองปีเท่านั้น หากจะต่ออายุกันนานกว่านั้นโดยไม่เปลี่ยนรุ่นก็ต้องมีการอัพเกรดเป็น mark II บ้าง ห้อยท้ายด้วย Xi บ้าง
ผมขอเอ่ยถึงการเปลี่ยนแปลงที่เป็นแรงจูงใจให้ผมเปลี่ยนกล้องในรุ่นที่ทันสมัยขึ้น แน่นอนที่ยังขอเป็นกล้องตัวท๊อปเช่นเดิม เพราะได้น้ำหนักมือที่ดี ขนาดสัดส่วนที่เหมาะกับมือของผู้ชาย หากผมเลือกกล้องรุ่นเล็กกว่านี้ผมต้องหากริปมาใส่เพื่อเพิ่มพื้นที่ยึดจับแต่กล้องก็จะเทอะทะเพิ่มมากขึ้น ความที่ผมเที่ยวเยอะ สมบุกสมบันเล็กน้อยผมต้องการตัวกล้องที่มากกว่าพลาสติกสังเคราะห์ซึ่งมีแต่รุ่นท๊อปที่ขึ้นโครงด้วยแมกนีเซียมอัลลอย มีซีลกันน้ำและกันฝุ่นทำให้พอถือถ่ายได้เมื่อฝนตก (เลนซ์ต้องกันละอองน้ำได้ด้วย) ผมไม่ต้องการแบตเตอรีกริปเนื่องจากผมไม่ได้รับงานเป็นอาชีพและในชีวิตนี้ก็ไม่เคยถ่ายภาพต่อเนื่อง ลำพังแค่น้ำหนักของกล้องพร้อมเลนซ์ก็แทบเกินพิกัดกล้ามเนื้อแขนของผม
แล้ว ขนาดและน้ำหนักที่พอดีกับมือทำให้ผมถือกล้องได้นิ่งจึงเป็นประเด็นสำคัญที่ผมยังเดินหน้าเลือกE-3 อยู่ต่อไป น้ำหนักของ E-3 เพิ่มขึ้นเป็น 810 กรัม หนักขึ้นกว่าเดิม 150 กรัม รู้สึกได้ชัดเจนซึ่งถือว่าไม่น้อยหากต้องถือกล้องเวลาเที่ยวยาวทั้งวัน ผมคงต้องไปวิดพื้นเพิ่มกำลังแขนให้บ่อยขึ้น E-3 ได้เปลี่ยนมาใช้เซ็นเซอร์รับภาพเป็น high speed liveMOS แทน CCD แบบเดิม โดยมีความละเอียดเพิ่มขึ้นจากเดิมอีกเท่าตัวเป็น 10.1 MP ผลจากการเพิ่มความละเอียดทำให้ได้ไฟล์ภาพขนาดใหญ่ขึ้นจากเดิมถึง 3648x2736 พิกเซล ซึ่งละเอียดพอส่งภาพไปประกวดได้ และอัดภาพขนาดใหญ่ได้ เรื่องนี้ตรงกับความต้องการใช้งานส่วนตัวที่ผมกำลังแต่งบ้านให้เป็นแกลเลอรี่ E-3 ยังคงระบบขจัดฝุ่นจากเซ็นเซอร์ไว้เช่นเดิม โดยการติดตั้งแผ่นกรองฝุ่นซึ่งมีประจุลบหน้าเซ็นเซอร์ ฝุ่นขนาดเล็กกว่า 0.001 มม. จะถูกจับไว้ด้วยแรงทางไฟฟ้าสถิตย์ การเคาะฝุ่นออกจาแผ่นกรองอาศัยคลื่นเสียงความถี่สูงสั่นสะเทือนที่ความถี่สูงถึง 30,000 ครั้งต่อวินาที เพื่อให้ฝุ่นร่วงลงไปติดที่กาวเหนียวเบื้องล่าง โอลิมปัสได้ชัดระบบขจัดฝุ่นกับกล้อง DSLR ทุกรุ่นภายใต้เทคโนโลยีของ supersonic wave filter SWF

SWF แผ่นกรองกลมๆที่กำบังเซ็นเซอร์ติดกับซุปเปอร์โซนิคมอเตอร์
กล้องระบบ DSLR โดยทั่วไปจะใช้การมองภาพผ่านช่องมองภาพ พื้นที่ในการมองเห็นของกล้องประมาณ 95% ของภาพจริงในขณะที่ E-3 สามารถมองภาพได้ 100% และมีขนาดช่องมองที่ใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นเดิม โอลิมปัสได้ริเริ่มการมองภาพผ่านจอ LCD ในกล้องรุ่นเล็กมาก่อนหน้านี้ และได้นำระบบ live view มาใช้กับกล้อง E-3 การทำหน้าที่เป็น live view ไม่ใช่เพียงแค่ดูภาพแทนการมองผ่านช่องมองภาพ แต่สามารถโฟกัส จัดตำแหน่งภาพ ตรวจสอบฮิสโตแกรมและเช็คความชัดลึกเป็นการดูภาพล่วงหน้าก่อนบันทึกได้ โอลิมปัสได้ออกแบบให้สามารถปิดเปิดม่านผ่านคันโยกที่ช่องมองภาพเพื่อไม่ให้แสงเข้ามารบกวนระบบ live view นั่นหมายความว่าต่อนี้ผมจะถ่ายภาพมุมเงยกับวัตถุที่อยู่ต่ำๆหรือจะถ่ายมุมกดกับฝูงชนสามารถทำได้ง่ายๆผ่านจอที่ปรับระดับได้ จอดังกล่าวสามารถเปิดออกเหมือนเปิดบานประตูเป็นมุม 180 องศารอบแกนตั้ง และพลิกจอที่กางออกมานี้รอบแกนนอนได้อีก 270 องศา การก้มลงถ่ายภาพมุมเงยกับพื้นโดยมองผ่านช่องมองภาพในขณะที่สายตาทั้งสั้นและยาวร่วมกับขนาดหน้าท้องที่ใหญ่ทำให้ผมทำงานเชื่องช้าและเกิดอาการหน้ามืดจากการขาดอากาศหายใจ ต่อไปนี้ผมจะถ่ายภาพได้อย่างมีความสุขมากขึ้นโดยมองผ่านจอแทน นอกจากนี้จอภาพยังมีขนาดเส้นทแยงมุมใหญ่ขึ้นกว่าเดิมจาก 1.8 นิ้วเป็น 2.5 นิ้ว เป็นจอแบบที่เรียกว่า hypercrystal ขนาด 230,000 พิกเซล ซึ่งสว่างและมองได้ชัดเจนทุกมุมมอง ความสว่างของจอนั้นปรับอัตโนมัติตามสภาพแสงที่ใช้งาน นอกจากการเล่นภาพย้อนกลับแล้วจอดังกล่าวยังทำหน้าที่เป็นจอ LCD ตัวใหญ่นอกเหนือไปจากจอขนาดเล็กที่อยู่ด้านบน มันทำหน้าที่เป็นจอเมื่อเซ็ตเมนู และเลือกตั้งค่าต่างๆจากปุ่มลัดร่วมกับวงแหวนหลักและวงแหวนรองอีกสองอัน ยิ่งกว่านั้นจอดังกล่าวยังสามารถกลับทิศเข้าไปเก็บด้านในเหมือนกล้องฟิล์มที่ไม่มีจอ
ผมมีปัญหาในการโฟกัสกับกล้อง E-1 พอสมควร เนื่องจากกล้องกำหนดจุดโฟกัสให้เพียง 3 ตำแหน่งที่ไม่ห่างกันเท่าใดนัก ทำให้ผมเลือกใช้จุดตรงกลางสำหรับโฟกัสและวัดแสงแล้วถึงจัดองค์ประกอบของภาพใหม่ การทำเช่นนี้มักทำให้ภาพของผมไม่ชัดเนื่องจากการเปลี่ยนตำแหน่งถือกล้อง กล้อง E-3 ได้เพิ่มจุดโฟกัสขึ้นเป็น 11 จุด ทำให้ผมสามารถถ่ายภาพได้ง่ายขึ้นโดยเลือกจุดโฟกัสจากตำแหน่งวัตถุที่ผมสนใจได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนตำแหน่งกล้องอีกต่อไป เทคโนโลยีการโฟกัสภาพของโอลิมปัสกำหนดให้แต่ละตำแหน่งวางเซ็นเซอร์ไว้สองเส้นในแนวนอนและสองเส้นในแนวตั้ง ในเซ็นเซอร์แต่ละคู่จะวางให้เซลแต่ละช่องเหลื่อมกันครึ่งหนึ่ง (half-pitch shifted pattern) ทำให้การประมวลผลการอ่านจากเซ็นเซอร์ทั้งคู่ได้แม่นยำขึ้น สามารถทำได้ในสภาพแสงน้อยๆซึ่งน่าจะเหมาะกับงานตามรอยภาพจิตรกรรมในวัดของผมเป็นอย่างยิ่ง ผมหวังว่าผมจะได้ภาพที่คมชัดขึ้นกว่าเดิมซึ่งต้องรอเวลาพิสูจน์ว่าสมราคาคุยหรือไม่ โอลิมปัสออกแบบชิปที่เรียกว่า ultra-fine chip เพื่อประมวลผลการโฟกัสทั้ง 11 จุด ตำแหน่งทั้ง 11 จุดนั้นเขาวิเคราะห์ค่าทางสถิติจากรูปถ่ายว่าคนส่วนใหญ่นิยมการวางตำแหน่งโฟกัสภาพอย่างไร ผมอาจเลือกใช้กัสแบบทุกจุดเพื่อสมองกลจะคำนวณและเลือกความชัดให้ หรือผมจะเลือกแบบจุดเดียว หรือเลือกจุดเดียวแบบไดนามิก คือหนึ่งจุดร่วมกับ 3-4 จุดที่อยู่รายรอบก็ได้ การจะเลือกแบบใดขึ้นกับวัตถุ ความต้องการความชัดลึก และสภาพของแสง ทำให้การกล้อง E-3 มีการควบคุมการไล่สีในโทนส่วนมืดและสว่างได้ดีกว่ารุ่นก่อน หรือมี dynamic lighting range ที่กว้างขึ้น หากผมต้องการผลการโฟกัสที่รวดเร็วผมก็เลือกซื้อเลนซ์ติดมอเตอร์อย่าง SWD supersonic wave drive ซึ่งในเวลาที่กล้องเปิดตัวนั้นโอลิมปัสกล่าวว่านี่เป็นเทคโนโลยีที่กล้องโฟกัสได้เร็วที่สุดในโลก บังเอิญภาพจิตรกรรมและภูมิทัศน์ทั้งหลายมันหยุดนิ่งให้ผมใจเย็นๆค่อยๆทำไป ผมจึงไม่มีความจำเป็นกับการลงทุนเลนซ์ชนิดดังกล่าวในขณะนี้ซึ่งแพงกว่าเลนซ์ปกติหนึ่งเท่าตัวเลยทีเดียว ระบบโฟกัสใหม่นี้น่าจะทำให้ผมมีความสุขกับงานและผลงานมากขึ้น
กล้อง E-3 เพิ่มระบบกันสั่น หรือ image stabilization ทำให้มีความคล่องตัวในการถ่ายรูปในสภาพแสงน้อยๆมากยิ่งขึ้น ภายในกล้องจะมีเซ็นเซอร์ที่เรียกว่า Gyro sensor ที่คอยตรวจจับการสั่นสะเทือน หากมีการสั่นสะเทือนเกิดขึ้นแม้แต่เพียงเล็กน้อย ข้อมูลจะส่งไปยังซุปเปอร์โซนิคมอเตอร์เพื่อชดเชยการสั่นไหวนั้น หากการสั่นไหวเกิดขึ้นในแนวระนาบ ซุปเปอร์โซนิคมอเอเตอร์จะบังคับให้แผ่นเซ็นเซอร์รับภาพเคลื่อนตัวในแนวขวาง/นอน หากมีการสั่นในแนวตั้ง ซุปเปอร์โซนิคมอเตอร์อีกตัวหนึ่งจะคอยบังคับให้เซ็นเซอร์ปรับรับภาพเคลื่อนในแนวแกนตั้ง ระบบชดเชยการสั่นใน E-3 สามารถเลือกชดเชยได้ทั้งในโหมดแนวตั้งร่วมกับแนวขวาง (แกน x และ y เท่านั้น) หรือเลือกในระบบแนวตั้งเพียงอย่างเดียวสำหรับแพนกล้องถ่ายภาพในแนวนอน ผู้ผลิตทดสอบแล้วระบุว่าสามารถแก้ไขได้ถึง 5 EV steps หรือระดับความเร็วชัตเตอร์ถึงห้าระดับ ทั้งนี้ขึ้นกับชนิดของเลนซ์ที่ใช้ทดสอบ การติดตั้งระบบกันสั้นที่กล้องมีข้อดีคือทำให้ผมสามารถเลือกเลนซ์ได้อย่างอิสระกับการจ่ายเทคโนโลยีกันสั่นครั้งเดียว ในขณะที่ค่ายกล้องใหญ่อื่นๆติดตั้งระบบนี้ไว้ที่ตัวเลนซ์ เช่น Nikkor AF-S DX 18-200mm VR ซึ่งผมเคยเล่าให้ฟังไปก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้เราต้องจ่ายค่าเทคโนโลยีกับเลนซ์ IS/VR ทุกตัวที่ซื้อมา นอกจากนี้มีเลนซ์บางชนิด เช่น เลนซ์มาโครและเลนซ์ตาปลาไม่สามารถติดระบบนี้ได้ การติดระบบที่ตัวกล้องจึงเอื้อประโยชน์ได้มากกว่า
ซ้ายมือแผ่นกรอง SWF สีฟ้าวางอยู่ด้านหน้าเซ็นเซอร์ กรอบสีเขียวตรงกลางและสีเทาทางขวามือคอยเลื่อนเปลี่ยนตำแหน่งของเซ็นเซอร์เมื่อกล้องสั่นไหว โดยมีมอเตอร์สีชมพูในแนวตั้งและแนวขวางที่คอยบังคับการขยับ
เซ็นเซอร์รับภาพของกล้องรุ่น E-1 เป็นลิขสิทธิ์ของโกดักให้สีสันอิ่มเป็นเอกลักษณ์ของค่ายโอลิมปัส แต่ปัญหาของเซ็นเซอร์ขนาดเล็กกว่าของค่ายอื่นทำให้เซลรับแสงต้องเบียดกันอยู่อย่างหนาแน่นมากกว่าโดยที่จำนวนเซลเท่ากัน การระบายความร้อนของเซ็นเซอร์ชนิด CCD แบบเดิมจึงไม่ดีเมื่อเทียบกับเซ็นเซอร์ค่ายกล้องอื่นที่ใช้ระบบCMOS ปัญหาของน๊อยส์จึงเกิดขึ้นเมื่อใช้ ISO ตั้งแต่ 400 ขึ้นไป แต่เมื่อE-3 เปลี่ยนมาใช้เซ็นเซอร์แบบ liveMOS ปัญหาของน๊อยส์ลดน้อยลง นอกจากนี้โอลิมปัสได้ปรับปรุงตัวกรอง noise filter เป็น mark III ออกมา ซึ่งเมื่อนำมาใช้กับไมโครโปรเซสเซอร์ TruePic III แล้ว ทำให้ได้ภาพที่สวยงามและสว่างขึ้น น๊อยส์ไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับผมมาแต่ไหนแต่ไร ผมเห็นเกรนภาพหยาบๆเป็นเสน่ห์แบบหนึ่ง แต่ในบางครั้งผมก็อยากได้ภาพที่เนียนและชัดใสกว่าเดิมบ้างเมื่อผมถ่ายภาพเจ้าสาวในโบสถ์ที่มีแสงน้อยๆ ภาพจากรีวิวต่างๆแสดงถึงระดับของน๊อยส์ลดลงในเกณฑ์ที่ผมพอใจแม้ว่าจะไม่เทียบเท่าของค่ายอื่นก็ตาม
สิ่งที่โดดเด่นอีกประการของ E-3 คือแฟลชที่ติดมากับกล้อง โดยทั่วไปกล้องรุ่นท๊อปมักไม่ค่อยให้แฟลชเล็กๆมาด้วย เขาสร้างแฟลชตัวใหญ่ไว้ให้แยกซื้อต่างหาก แต่โอลิมปัสให้แฟลชตัวเล็กมาด้วยเพื่อใช้ลบเงาและสามารถเป็นตัวหลักหรือมาสเตอร์ให้สื่อสารกับแฟลชใหญ่ที่แยกออกจากกล้องไปตั้งในตำแหน่งอื่นคล้ายกับการจัดแสงในสตูดิโอ เป็นการสื่อสารแบบไร้สาย ผมซื้อแฟลชใหญ่มารอไว้ตั้งแต่ต้นปีเพื่อรองรับการเปลี่ยนกล้อง นอกจากนี้ความไวชัตเตอร์ที่ใช้กับแฟลชเพิ่มขึ้นเป็น 1/250 วินาที เมื่อนำมาใช้กับโปรแกรม FP ในแฟลชใหญ่แล้วทำให้สามารถใช้กับการถ่ายภาพบุคคลในเวลากลางวันด้วยความไวชัตเตอร์ที่สูงกว่าปกติได้
เนื้อหาต่างๆเหล่านี้เป็นข้อแตกต่างสำคัญที่ทำให้ผมไปพาอีสัมฤทธิ์กลับมาบ้าน ส่วนความดีงามอื่นๆของสัมฤทธิ์มีมากกว่าอีวรรณอีกมากมายผมไม่ได้ใส่ใจมากเพราะผมไม่เคยได้ใช้ประโยชน์ เช่น ความไวชัตเตอร์สูงสุด 1/8000 วินาที ผมเชื่องช้าจนเกินกว่าจะไปถ่ายภาพเคลื่อนไหวแถวขอบสนาม, แฟลชในตัวกล้องที่ใช้น้อยมาก (รุ่น E-1 ไม่มีแฟลชในตัว) ผมชอบแสงธรรมชาติและผมก็มีแฟลช FL-20 และ FL-36R อยู่แล้ว, จำนวนชัตเตอร์ 150,000 ครั้ง เพิ่มขึ้นจากรุ่นเก่าอีก 50,000 ครั้ง สองปีครึ่งที่ผ่านมาผมลั่นชัตเตอร์ไปเพียง 13,000 ครั้งเท่านั้น และเป็นภาพที่ใช้แฟลช 501 ภาพจากงานแต่งงาน (ของคนอื่น) 2 ครั้ง, ความไวในการถ่ายภาพต่อเนื่อง 5 ภาพต่อวินาที (E-1 ทำได้ 3 ภาพต่อวินาที) ลูกเล่นอื่นๆก็ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นจากอีวรรณใกล้เคียงกับค่ายกล้องอื่นๆ ที่มีเพิ่มมาคือการใส่ฟิลเตอร์เอฟเฟคต์สำหรับการถ่ายภาพโมโนโทน การตั้ง picture tone เป็นสีต่างๆซึ่งแต่เดิมต้องทำหลังบันทึกภาพผ่านซอฟแวร์ภายนอก ผมยังไม่คุ้นเคยไม่ว่าจะด้วยสายตาและสัมผัสกับบอดี้ที่เปลี่ยนไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่สังเกตได้คือแป้นปรับโหมดการบันทึกภาพ P,S,A,M หายไป ไม่มีแป้นด้านบนอีกต่อไป การควบคุมทั้งหมดอยู่ที่ปุ่มลัด แป้นหมุนที่โผล่ออกมาแต่ขอบเป็นหลัก
ผมเคยฝันว่าจะได้พาอีสัมฤทธิ์มาอยู่ด้วยสักวันหนึ่ง ผมรอจนครบปีก็ไม่เห็นวี่แวว เมื่อโอลิมปัสเปลี่ยนผู้แทนจำหน่ายกล้องดิจิตัลใหม่ทำให้ผมมองเห็นลักษณะการตลาดที่แตกต่างจากผู้แทนจำหน่ายเดิม กล้องรุ่นกึ่งโปรของค่ายคู่แข่งทั้งหลายไม่เคยปล่อยให้ราคากล้องของตนเองหล่นลงมาต่ำกว่า 36,000 บาท ผมไม่เชื่อว่าการตลาดของผู้แทนใหม่จะปล่อยให้ราคากล้องลงต่ำกว่าค่ายคู่แข่งอย่างแน่นอน และหากผมรอให้ราคากล้องลงมาแตะเพดานต่ำสุดคงต้องรอไปอีก 1-2 ปีข้างหน้า เวลานั้นผมก็จะได้ใช้กล้องปลายๆรุ่นซึ่งไม่น่าใช้เท่าใดนัก แต่ผู้แทนใหม่ก็หัวใสไม่เบา ในเมื่อไม่อาจชักจูงลูกค้าให้ทุ่มเงินได้ก็ใช้วิธีขายเป็นแพคเกจรวมกล้องเลนซ์แฟลชเข้าด้วยกันเพื่อเก็บกลุ่มลูกค้าที่ยังซื่อสัตย์ต่อแบรนด์ไว้ทำให้เมื่อถอดราคาอุปกรณ์แต่ละชิ้นออกมาแล้วราคาลดไปถึง 30% ผมถือว่าเขาขุดหลุมพรางได้ดี เพราะจะมีคนกลุ่มหนึ่งในบอร์ดจับคู่ไปออกกล้องและแบ่งชิ้นส่วนกันที่ร้านและผมก็เป็นหนึ่งในคนกลุ่มนี้ด้วย ผมได้กล้องรุ่นท๊อปมาในราคาที่ต่ำกว่าราคาเพดานที่ผมทำนายไว้ และยังต่ำกว่ากล้องรุ่นสมัครเล่นที่ออกมาใหม่ของค่ายดังๆทั้งหลาย การตลาดเมื่อหมุนองศาให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคแบบนี้ช่วยให้ผมพาอีสัมฤทธิ์กลับมาบ้านและเสพสุขได้เร็วขึ้นหนึ่งปี

กว่าจะมาเป็นลงเอยกับชื่ออีสัมฤทธิ์ก็ใช้เวลาเลือกเฟ้นอยู่หลายนาที อีวรรณนั้นเรียกกันมาตั้งแต่ในบอร์ด ผมแปลกใจว่าไม่ยักมีใครเรียกอีหนึ่งเหมือนเรียกรุ่นอื่นๆอย่าง ดีแปดสิบ(D80), ดีสามร้อย (D300), ห้าสิบดี (50D) ผมไม่ค่อยคุ้นหูกับอีทรีเท่ากับอีสาม พจนานุกรมให้ความหมายของชื่อที่มีเลขสามหรือคำว่าสามไว้ไม่ค่อยดีออกมาทางลบเป็นส่วนใหญ่ เช่น สามแพร่ง สามเกลอ สามหยิบ สามเส้า สามวันดีสี่วันไข้ ผมเกือบจะเลือกชื่ออีสามหาว (ปากกล้า, ดอกไม้ทัดหูนางสงกรานต์ เป็นพืชในตระกูลผัก “ตบ”) เพราะเห็นว่ามันเป็นกล้องที่ต้องการการตลาดที่ aggressive เป็นอย่างมาก ผมนึกถึงชื่อที่มีความหมายดีๆเข้าใจง่ายอย่าง สัมมา, สามารถ และมาหยุดที่สัมฤทธิ์ หากผมได้รูปที่ผมพอใจ ผมก็ประสพสัมฤทธิผลตามที่มุ่งหวัง สัมฤทธิ์ยังเป็นความหมายของโลหะผสมเช่นทองสัมฤทธิ์ E-3 เป็นกล้องที่ขึ้นโครงมักเนเซียมอัลลอยซึ่งเป็นโลหะผสมที่แข็งแกร่ง อย่าหาว่าผมหยาบคายหรือดูหมิ่นเพศแม่เลย อีมีที่มาจากอักษรตัว E ในภาษาอังกฤษจริงๆนะ เมื่อผสมกับคำในภาษาไทยเลยเกิดเป็นลูกครึ่งเท่านั้นเอง
วันนี้รับอีสัมฤทธิ์เข้าบ้านมา แล้วจะทำยังไงกับอีวรรณดีหนอ หรือจะส่งต่อให้คนอื่นไปดูแล ผมยังนึกไม่ออกเลย ปัญหาโลกแตกสำหรับผมนะนี่!!!
Labels: ก่อนลั่นชัตเตอร์