Labels: นั่งเล่นคุยกัน
รอบๆที่ทำงานผมมีร้านอาหารชาวบ้านหลายร้าน มีตั้งแต่เจ๊โต, เจ๊ศรี, เจ๊ผา, ป้าลั้ง, 108 shop, แม่ศรีเรือน ร้านที่อร่อยที่สุดคือเจ๊ศรี ฝีมือเขาคงที่แน่นอน รสจัดจ้าน ผมไม่ได้กินร้านเจ๊ศรีมาปีนึงแล้ว ผมบอกให้เขาเอาแมวไปเลี้ยงที่อื่น มันมาฉี่ที่ร้านเหม็นมากและมันไม่ถูกหลักอนามัย เจ๊ศรีแกตกลงใจจะเอาแมวไม่เอาลูกค้า พวกเราเลยย้ายวิกหนีผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแกคิดยังไงกับรายรับที่หายไปเดือนละอย่างต่ำ 1,600-3,000 บาท แต่บางทีเราก็ยังสั่งอาหารกล่องแกมารับประทานกันในที่ทำงาน ทุกครั้งเรามักถามกันว่าแอบใส่ฉี่แมวปนลงในกับข้าวให้เราเป็นการแก้แค้นหรือเปล่า เวลาสั่งอาหารเป็นกับข้าว มันมีไม่กี่อย่างเองที่ร้านผัดอาหารจานเดียวจะทำให้เราได้ ผมจะลองเขียนออกมาดูหน่อยว่ามีอะไรบ้าง ผัดกระเพรา (หมู เนื้อ กุ้ง ไก่ ปลาหมึก ไข่เยี่ยวม้า), แขนงหมูกรอบ, คะน้าปลาเค็ม, คะน้าหมูกรอบ, หมูทอดกระเทียม (ปลาหมึก กุ้ง), หมูผัดพริกสด, หอยลายน้ำพริกเผา, ยำไข่ดาว, ยำกุนเชียง, ยำปลากระป๋อง, ยำไข่เค็ม, ต้มยำ (กุ้ง ทะเล ปลาทู ปลาช่อน), แกงจืดเต้าหู้, แกงป่าไก่, ผักบุ้งไฟแดง, ผัดยอดฟักแม้ว, ผัดผักกะเฉด, ผัดถั่วฝักยาว, ผัดผักรวม และไข่เจียว หมดแล้ว สั่งกับข้าวสี่ห้าอย่างทุกวัน แถมบางคนไม่กินเนื้อ บางคนแพ้กุ้งปลาหมึก กินจนไม่รู้ว่าจะสั่งอะไรดี สิ่งที่ผมหนักใจคือเพื่อนมักโยนมาให้ผมเป็นคนกำหนดเมนู ผมเลยต้องคิดเมนูเองและสั่งบรรดาเจ๊ๆทั้งหลายให้ทำ เช่นผัดผักกาดหอมกับปลากระป๋อง ยิ่งเป็นผักกาดแก้วกับปลาทูน่ายิ่งอร่อย ให้เอาไก่ย่างมาทำน้ำตก ทำไข่เจียวทรงเครื่อง ผมบอกให้เจ๊ทำไข่เจียวโดยผสมเครื่องทุกอย่างของกระเพราไก่สับลงไปไข่เจียว เขาจะตีไข่ไว้แล้วก็ใส่น้ำมันหอย ไก่สับ หอมหัวใหญ่ ผมให้เขาใส่มะเขือเทศ พริกและกระเทียมสับและใบกระเพรา เติมซีอิ้วขาวและผงคนอร์เล็กน้อย เสร็จแล้วก็เทลงในกะทะน้ำมันเลย อร่อยมากและในที่สุดก็กลายเป็นเมนูของร้านไป เขาจะเรียกกันคะนองปากว่าเป็นไข่ของผม เวลาที่ผมสั่งจะต้องสำทับทุกครั้งว่าใบกระเพราเยอะๆ เอาหมูเอาเนื้อออกไปก็ได้ ในช่วงนี้วันหยุดเยอะๆ พวกเราอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาในบ้าน จึงเป็นหน้าที่ของผมอีกเช่นเคยที่จะต้องทำกับข้าว ผมเลือกทำเมนูไข่เจียวทรงเครื่อง ที่ผ่านมามีแต่สั่งให้ทำตามความต้องการ แต่งวดนี้ลงมือเอง ผมตัดรายการพริกสับออกเพราะแม่เป็นโรคกระเพาะ เห็นมันสวยๆน่ากินอย่างนี้ไม่อยากบอกเลยว่าข้างใต้มันไหม้ ก็ผมมัวแต่ถ่ายรูป ตั้งไวท์บาลานซ์ตั้งไอเอสโอ กว่าจะได้รูปมามันเลยเกรียมไปหน่อย แต่ก็อร่อยดีนะ จะไม่อร่อยได้ไงล่ะในเมื่อผมลงมือเอง ต้องพูดให้กำลังใจตัวเองเสียหน่อย ผมทำสปาเกตตีอีกเช่นเคย ทุกครั้งผมจะใช้ใบโหระพาป่นลงในซอส แต่คราวนี้ผมลองเปลี่ยนจากใบโหระพาเป็นใบแมงลักด้วยความอยากรู้ว่ารสชาติมันจะเป็นเช่นไร ขนมจีนยังกินกับใบแมงลักเลย และผมเห็นซอสสำเร็จรูปบางยี่ห้อที่มาจากอิตาลีเขามีสูตรที่ใช้ใบแมงลักด้วย รสชาติซอสที่ได้ค่อนข้างฉุนกว่าใบโหระพา ผมไม่แน่ใจว่าจะทานได้หรือเปล่า ก็แค่กินแล้วเติมกันคนละหนเดียวเองLabels: ชวนเข้าครัว, นั่งเล่นคุยกัน
ผมนำรูปติดบัตรเก่าๆและสมุดเฟรนด์ชิปออกมา ทำให้ผมได้ทราบข่าวคราวอาจารย์หลายท่านที่จากไป และที่น่าตื่นเต้นคืออาจารย์ประจวบกาญจน์อายุ 91 ปีแล้ว ผมนึกออกในทันทีว่าท่านเกษียณอายุในปีสุดท้ายที่ผมเรียนหนังสือที่นั่น สมุดเฟรนด์ชิปของผมมีอาจารย์หลายท่านเขียนให้แต่กลับไม่มีอาจารย์แสงทอง ผมขอให้อาจารย์ช่วยเขียนเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกถึง เมื่อผมพูดถึงเพื่อนเก่าๆ อาจารย์มีความทรงจำถึงหลายคนได้ชัดเจนอย่างเช่นไวบูรณ์ซึ่งสมุดการบ้านของเขาเต็มไปด้วยจุดน้ำมันเนื่องจากที่บ้านเป็นร้านขายอาหาร จากร้านอาหารเวียดนาม เราย้ายไปคุยกันต่อที่บ้านของอาจารย์ อาจารย์นำเอาหนังสือของสมาคมและสมุดภาพศิษย์เก่าออกมาให้ดู ในบ้านอาจารย์เต็มไปด้วยโล่ห์ครูดีเด่นของจังหวัดและของเขตการศึกษา ผมแอบถ่ายตารางนัดหมายของอาจารย์บนไวท์บอร์ดมาด้วย มีนัดแทบทุกวันและวันละหลายแห่ง บนนั้นมีนัดหมายของผมอยู่ด้วย
Labels: คนรู้จัก
February 2006 March 2006 April 2006 May 2006 June 2006 July 2006 August 2006 September 2006 October 2006 November 2006 December 2006 January 2007 February 2007 March 2007 April 2007 May 2007 June 2007 July 2007 August 2007 September 2007 October 2007 November 2007 December 2007 January 2008 February 2008 March 2008 April 2008 May 2008 June 2008 July 2008 August 2008 September 2008 October 2008 November 2008 December 2008 January 2009 February 2009 March 2009 April 2009 May 2009 July 2009 August 2009 September 2009 October 2009 November 2009