คนเราแก่ลงทุกวินาที เพียงเสี้ยววินาทีที่ผ่านไปก็กลายเป็นอดีตเมื่อครั้งยังเยาว์ทั้งสิ้น

วันหยุดที่ผ่านมาคงไม่มีอะไรดีกว่าการจำศีลอยู่กับบ้านทำตัวเป็นลูกที่ดี นานๆถึงจะมีวันหยุดต่อเนื่อง และไม่ได้ออกนอกบ้านไปไหน ผมนึกได้ว่าซื้อหนังไว้หลายเรื่องยังไม่ได้ดูเลย เดี๋ยวต้องออกไปค้นดูหน่อยว่ามีเรื่องอะไรบ้าง
เรื่องแรก The day I became a woman เป็นหนังของ Marziyeh Meshkini ผู้อำนวยการสร้างชาวอิหร่าน สร้างจากบทภาพยนตร์ของ Mohsen Makhmalbaf จากการแสดงของดาราเอกสามวัย Fatemeh Cheragh Akhtar, Shabnam Toloui, Azizeh seddighi ้ เป็นภาพยนตร์ที่สร้างในปี 2001 และได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากหลายงาน ทั้งที่เวนิส, ชิคาโก และปูซาน เป็นภาพยนตร์ที่แสดงวิถีชีวิตของหญิงในโลกอิสลามสามคน
ฮาวาจะครบเก้าขวบเต็มในบ่ายวันหนึ่ง นั่นหมายความว่าเธอจะกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนวัยจากเด็กผู้หญิงที่มีเสรีภาพจะเล่นจะทำอะไรก็ได้ ขนบธรรมเนียมประเพณีจับตัวเธอไว้มั่นเมื่อเธอย่างเข้าสุ่วัยสาว ทำให้เธอไม่อาจทำอะไรได้ตามใจตัวเองอีกต่อไป แม่และยายจับเธอคลุมผมด้วยผ้า แต่เธออ้อนวอนขอออกไปเล่นกับเพื่อนชายของเธอในไม่กี่ชั่วโมงสุดท้ายก่อนจะก้าวออกจากชีวิตวัยเด็ก น้ำเสียงที่วิงวอนให้ฮัสซันออกมาเล่นกับเธอเป็นครั้งสุดท้ายเร่งเร้าว่าอิสรภาพของเธอกำลังจะสิ้นสุดลง ในที่สุดเด็กสองคนก็ไม่ได้เล่นด้วยกันเหมือนเช่นเคย ได้แต่คุยกันผ่านลูกกรงหน้าต่างที่สะท้อนว่า นับแต่นี้สัมพันธ์ของเพื่อนที่ดีจะเหลือแต่ในความทรงจำเท่านั้น เด็กสองคนผลัดกันเลียอมยิ้มจิ้มกับมะขาม เธอรู้ว่าอิสรภาพของเธอกำลังจะหมดไป แม้ว่าเธอไม่ค่อยจะเข้าใจมันสักเท่าไรแต่เธอก็ต้องยอมรับมันโดยดุษฎี การยอมแลกผ้าคลุมผมของเธอกับปลาพลาสติกตัวเล็กๆทำให้ผมรู้สึกเหมือนกับการยื้อเวลาในวัยสาวของเธอออกไป เธอต้องการอิสรภาพเหมือนปลาตัวน้อยที่แหวกว่าย สุดท้ายเธอก็ไม่มีทางก้าวพ้นวังวนของประเพณีได้
อาฮูภรรยาวัยสาว ร่วมไปกับทีมจักรยานของสตรีกลุ่มหนึ่ง ท้องเรื่องเกิดที่ถนนเลียบทะเลสาปแห่งหนึ่ง ดูเหมือนเธอมีความมุ่งมั่นในการแข่งขัน ตลอดทางสามีมาขอให้เธอเลิกล้มการแข่งขันเพื่อกลับบ้าน แต่เธอลั่นวาจาจะไม่ขออกจากการแข่งขันแม้จะต้องหย่าร้างก็ตาม ไม่ว่าพ่อ หรือผู้ใหญ่จะย้อนกลับมากี่ครั้งก็ตามเธอก็ยังยืนกรานความต้องการของเธอเอง ภาพยนตร์ได้ทิ้งท้ายไว้เมื่อพี่ชายเธอมาขอร้องให้ขบคิดว่าเธอจะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร สตรีมุสลิมเข้าพิธีแต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อย เธอถูกจำกัดสิทธิ์ในการเลือก และอาจต้องอยู่ร่วมชายคากับหญิงอื่นในบ้านของสามี การตัดสินใจ ความเป็นใหญ๋เหนือชีวิตของผู้หญิงตกอยุ่กับสามีและผู้ชาย มีแต่ผู้ชายที่มาขอร้องแกมบังคับเพื่อนำเธอกลับบ้าน การยอมรับว่าบุรุษเป็นใหญ๋เป็นธรรมเนียมที่สืบทอดกันมานับพันปี การที่คิดจะก้าวออกจากกรอบดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะสังคมไม่ยอมรับ แต่ผมเชื่อว่าจะมีชั่วเวลาหนึ่งที่สตรีนี้ฝันถึงอิสรภาพที่เธอจะออกไปพ้นกรอบ เธอมีเสรีภาพที่จะเลือก ที่จะดำเนินต่อไปและได้รับการยอมรับจากทุกคน
“ฮูรา” เป็นหญิงที่ก้าวเข้าสู่วัยชรา การดำเนินเรื่องทำให้ผมจินตนาการเอาเองว่าสามีคงจากเธอไปเรียบร้อยแล้ว วัยสาวที่ผ่านมาเธอน่าจะเป็นภรรยาที่ประพฤติตนอยู่ในกรอบของขนบธรรมเนียมอย่างเคร่งครัด นี่เป็นโอกาสสุดท้ายในชีวิตของเธอที่จะได้เลือกอย่างที่เธอใฝ่ฝันมาชั่วชีวิต ทุกคนต่างต้องการเสรีภาพ เราทุกคนเคยชินกับเสรีภาพในการคิด ในการตัดสินใจและก้าวเดินไปในทางที่ตนเลือก ผู้สร้างได้สะท้อนถึงความฝันของคนที่ไม่เคยมีโอกาสได้เลือกเมื่อวันหนึ่งที่ความจริงไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป เขาจะเลือกอะไรให้กับชีวิต แม้ว่าจะนึกไม่ออกว่าสิ่งสุดท้ายที่ผูกข้อนิ้วของ เธอไว้เป็นอะไรก็ตาม แต่นั่นไม่ใช่สลักสำคัญอะไรอีกต่อไป เพราะฝันที่เป็นจริงต่างหากที่เติมเต็มความต้องการทั้งหมดของเธอ
ผมชอบภาพยนตร์เรื่องนี่อีกอย่างคือ เรื่องของคนสามคนดูเหมือนจะไม่มีอะไรเกี่ยวพันกันเลย แต่ผู้สร้างกลับสามารถเชื่อมโยงตัวประกอบทั้งหลายให้ดูเป็นเรื่องเดียวกัน 
อีกเรื่องหนึ่ง The Mirror เป็นหนังของผู้กำกับ Jafar Panahi ซึ่งเขาได้เขียนบทภาพยนตร์ด้วยเช่นกัน นำแสดงโดย Mina Moahammade Khani หนังเรื่องนี้สร้างในปี 1997 ได้รับรางวัลหลายรางวัล เช่น ภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมที่นิวยอร์ค, โกลเดนท์ ลีโอพาร์ด
เรื่องมีอยู่ว่า เย็นวันหนึ่ง เด็กนักเรียนหญิงชั้นประถมปีที่หนึ่งพบว่าผู้ปกครองของเธอไม่ได้มารับเธอกลับบ้าน “มีนา” กระเสือกกระสนทุกวิถีทางที่จะหาทางกลับบ้านเด็กเล็กๆที่แขนเข้าเฝือกอยู่ข้างหนึ่งพร้อมกับเป้ใบใหญ่พยายามที่จะข้ามถนน เธอร้องขอความช่วยเหลือจากทุกคนรวมทั้งครูซึ่งน่าจะเป็นผู้ช่วยที่ดีสุดกลับใส่ใจปัญหาของตัวเองมากกว่าเสียงร้องขอของเด็กเล็กๆอย่างเธอ ในที่สุดเธอก็เลือกที่จะกลับบ้านเอง เธอไม่รู้ว่าบ้านเธออยู่ที่ใด เธอบอกได้แต่สัญญลักษณ์บางอย่างที่ปรากฏอยู่บนทางกลับบ้าน น่าแปลกใจที่ไม่มีใครใส่ใจกับการร้องขอ หรือรรับรู้การมีอยู่ของเด็กผุ้หญิงคนหนึ่ง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในระหว่างการถ่ายทำทำเอาเธอเดือดดาล ดาราเด็กคนนี้ประกาศเลิกเล่นกลางคัน เธอวิ่งลงจากรถเมล์และหาทางกลับบ้านเอง ทีมงานที่กำลังถ่ายภาพยนตร์จึงรีบตามเธอกลับบ้าน ถนนแล้วถนนเล่าที่เด็กน้อยวิ่งผ่านไป เธอหยุดถามทาง เหตุการณ์ก็ยังเป็นเช่นเดิมไม่ได้ผิดไปจากการแสดงที่ได้วางบทไว้ในตอนแรก เมืองขนาดใหญ่ที่สุดแสนจะวุ่นวาย แต่กลับมีน้อยคนนักที่จะใส่ใจความอยู่รอดของเด็กผู้หญิงเล็กๆคนหนึ่ง ผมประทับใจกับการไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมจนมุมของเธอ เธอเพียรเฝ้าตื้อ อ้อนวอนตำรวจอย่างไม่ลดละ และในทางกลับกันผมก็เห็นความไม่เสมอภาคและการที่ผู้ใหญ่ปฏิบัติต่อเด็กเล็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เธอไม่ใช่เด็กผู้ชายที่จะเติบโตเป็นผู้นำ ในที่สุดเธอก็กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยโดยตัวของเธอเอง
กระจกกำลังสะท้อนตัวของเราเอง และเงาของเราก็ปรากฏในกระจกเช่นกัน เราได้พิเคราะห์ภาพที่ปรากฏในกระจกเพียงใด เป็นเพียงภาพที่ฉาบไว้ด้วยมายาที่เผยให้คนอื่นเห็นเราเพียงบางด้าน หรือเรากำลังเฝ้าดูพฤติกรรมของเราเอง อย่าลืมว่าอาจมีบางคนกำลังแอบมองคุณผ่านกระจกเช่นเดียวกันและเขาเห็นทุกสิ่งที่คุณเป็น กระจกไม่อาจหลอกคุณได้ เว้นแต่คณจะหลอกตัวเอง
วันนี้คุณส่องกระจกแล้วหรือยัง
Labels: ดูหนังฟังเพลง