

Labels: นั่งเล่นคุยกัน

Labels: นั่งเล่นคุยกัน




Labels: ก่อนลั่นชัตเตอร์

Labels: ก่อนลั่นชัตเตอร์

ผมพกพาความผิดหวังกลับไป เพราะเพิ่งไปถอยวงแหวนมาอันนึงกับหัวบอลหนึ่งหัว วงแหวนนี้จะทำให้ผมนำเอาเลนซ์นิตอนทั้งหมดที่มีมาใช้กับกล้องโอลีสุดเลิฟได้ แต่มีข้อแม้ว่าผมต้องปรับตั้งกล้องด้วยมือ ทำให้ผมกลับคืนไปสู่จุดเริ่มต้นของผมใหม่อีกครั้งหนึ่ง ปรับโฟกัสด้วยมือ เปิดหน้ากล้องและตั้งสปีดของชัตเตอร์เอง ผมคงต้องไปสมัครเข้าแกงค์มือหมุนกับเขาบ้างแล้ว ผมใช้กล้องมือหมุนอยู่หลายสิบปี เพิ่งจะถอยกล้องออโตโฟกัสมาสามปีเพราะตาผมเริ่มฝ้าฟางตามวัย แถมไม่สามารถโฟกัสในที่มืดๆได้ดีเหมือนสมองกลของกล้อง ไม่คิดเหมือนกันว่าจะต้องกลับมายืนอยู่จุดเริ่มต้นอีกครั้งหนึ่ง การกลับมายังจุดเริ่มต้นใหม่ในเวลาที่แตกต่างกัน ผมเห็นอะไรที่แตกต่างออกไปจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นคนรักเปียโน ไม่ว่าจะเป็นคนถ่ายภาพ คนไม่เคยสลัดหลุดจากวัตถุไปได้เลย ผมเห็นมาตลอดทั้งในบอร์ดเปียโน บอร์ดถ่ายภาพและจากคนรอบข้าง มีคำถามยอดฮิตว่ายี่ห้อไหนดีที่สุด สมรรถนะรุ่นไหนดีที่สุดจะเอารุ่นนั้น แต่ผมยังไม่เคยเห็นใครใช้ได้ถึงสมรรถนะสูงสุดที่มี บางคนเห็นภาพสวยๆก็ถามแล้วว่าใช้กล้องยี่ห้ออะไร รุ่นไหน มีคนมากมายเถียงกันหน้าดำหน้าแดงว่าเปียโนยี่ห้อไหนดีกว่ายี่ห้อไหน สุดท้ายก็เพียงแค่อยากทับถมว่าของข้า ความคิดข้าเหนือชั้นกว่า ผมไม่ค่อยสนใจอะไรอย่างนั้น ผมสนใจแต่ว่าเสียงมันเพราะถูกใจผมหรือเปล่า มันตอบสนองอารมณ์ผมได้ดีเพียงใด ผมไม่คิดเรื่องขายต่อราคาตก เพราะผมไม่คิดค้ากำไรจากการเปลี่ยนเปียโน เปลี่ยนกล้อง เปลี่ยนรถ ผมรู้แต่เปียโนอะไรก็แล้วแต่ หากอยู่ในมือของมืออาชีพ ย่อมให้เสียงไพเราะทั้งสิ้น ผมไม่ค่อยพอใจในเสียงไวโอลินของตัวเองเท่าใดนัก หลายคนบอกว่าเสียงมันอู้อี้คล้ายซออู้ มีอยู่วันนึงครูผมเอาของผมไปสี เสียงมันคนละเรื่องเลย คนบอกว่าไวโอลินของผมเสียงดีจริงๆ เครื่องดนตรีเดียวกันแต่อยู่ในมือของคนต่างกันแท้ๆ เมื่อผมซื้อกล้อง ซื้อเลนซ์ ผมก็ไม่แคร์ว่าจะเป็นรุ่นโปร หรือรุ่นยอดนิยม ผมสนใจแต่ว่ามันพอเหมาะกับฐานะของผม และผมได้ใช้มันเต็มพิกัดความสามารถของมันแล้ว ผมรู้จักมันดีจนทราบว่ามีข้อจำกัดอะไร และผมสามารถมองข้ามข้อจำกัดนั้นไป ไม่รู้จะหาเรื่องทุกข์ใจไปทำไมว่ากล้องเราไม่ดี ล้าสมัยหรือต่ำต้อย ขอให้ผมมีความสุขกับการถ่ายภาพ มีความสุขกับการเก็บความทรงจำเก่าๆ ผมจะไม่ขอเป็นทาสหรือยอมให้วัตถุใดมีอำนาจเหนือใจผม แต่ผมเลือกเป็นผู้ใช้สิ่งนั้นเติมเต็มอารมณ์ของผมมากกว่า ตอนนี้ผมกับพี่จะได้ไม่ต้องแย่งกล้องกัน แถมแชร์เลนซ์กันใช้งานให้คุ้มกับราคาที่จ่ายไป
เวลาที่เราได้ของใหม่มา เราก็มักจะลืมของเก่า ผมพยายามจะไม่ลืมนะ ผมจะถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์มคู่ไปด้วยเสมอ โดยเฉพาะกับภาพสำคัญๆที่ผมจะเอาไว้ขยาย ตอนที่ผมเริ่มทำงานใหม่ๆ ผมซื้อกล้อง Mamiya ZM มาพร้อมกับเลนซ์นอร์มอล 50 mm. และ 135 mm. สำหรับถ่ายภาพบุคคล เลนซ์ทั้งสองตัวนี้ให้ภาพคมชัดกริบทีเดียว จากนั้นไม่นานเราก็หาซื้อเลนซ์นอร์มอลซูม 27-85 mm. f3.5-4.5 เลนซ์ของแทมรอนตัวนี้ถูกใจมาก มันเป็นเลนซ์ที่สว่างอย่างเหลือเชื่อยิ่งกว่าเลนซ์ f1.7 ใช้กล้องตัวนี้มา 20 ปี ซ่อมม่านชัตเตอร์ครั้งเดียวเท่านั้น เมื่อพี่ผมไปอยู่อังกฤษ ผมให้กล้องเขาติดตัวไปด้วย ผมเองหากล้อง Nikon FM2N พร้อมเลนซ์ AIS 35-105 mm. f3.5-4.5 มาใช้ ผมซื้อในราคาพิเศษไม่ผ่านตัวแทนจำหน่าย ในราคา 10,800 บาท วันนั้นถึงวันนี้สิบห้าปีมาแล้ว ราคากล้องมือสองพร้อมเลนซ์ชุดนี้ 9,800 บาท ถ้าผมขายไปก็เหมือนกับผมได้กล้องมาใช้ฟรีๆ ผมส่งซ่อม ม่านชัตเตอร์ค้างสองครั้ง ครั้งหนึ่งตอนผมไปนครวัด แล้วก็ไม่มีอะไรเสียอีกเลย ผมทยอยซื้ออุปกรณ์ของกล้องเพิ่มเติมตามความจำเป็น เช่นเลนซ์มุมกว้าง เลนซ์ช่วงเทเลซูม กล้องออโตโฟกัส เนื่องจากเป็นเลนซ์คุณภาพที่คอนทราสต์จัด สีสดถูกใจ รวมทั้งเลนซ์ของนิคอนทุกรุ่นใช้เมาท์เดียวกันทำให้ใช้กับกล้องนิคอนได้ทุกรุ่น ผมเลยเลือกนิคอนเป็นของประจำบ้าน แน่นอนที่ราชพฤกษ์ปีนี้ผมจะเอากล้องตัวแรกของผมขึ้นไปเชยชมด้วย ภาพจากเลนซ์นอร์มอลมันคลาสิกอย่างบอกไม่ถูก
ผมรู้สึกคลับคล้ายว่าเป็นไม่กี่วันมานี่เองที่ตะลอนๆ นั่งรถสองแถวเที่ยวเมืองเหนือ โบกรถชาวเขาหลายต่อหลายรอบเพื่อขึ้นดอยอินทนนท์ อาศัยความหน้าเด็กซื้อทัวร์ราคาเด็กไปเที่ยวเชียงฮายทั้งๆที่จบโทแล้ว ผมเดินตัวปลิวทั้งวันแต่เช้าจนสามสี่ทุ่มกับกล้องและขาตั้งสองกิโล นับนิ้วดูมันร่วมยี่สิบปี ตอนนี้เหลือแต่ความคิดและใจที่โลดแล่น แต่สังขารผมไม่ไหวแล้ว มีเรื่องขำๆ เมื่อผมไปแมนฮัตตัน ผมไปกับลูกน้อง ผมกับเขาห่างกันสิบสี่ปี ลูกน้องผมมีเป้เล็กๆหนึ่งใบกับกล้องดิจิตัลตัวเล็กๆ ผมมีฟูลออพชัน เพียงครึ่งวันเขาก็หมดสภาพ กลับมาแอบมานินทาผม ‘พี่เขาเดินเร็วมาก ไปได้ทั้งวัน เขาปวดขาไปหมด พี่เขาไปทั้งวันไม่มีพัก เข็ดไม่กล้าไปด้วยแล้ว’ 555 นั่นเป็นเคล็ดลับที่ทำให้ผมลดน้ำหนักได้วันละครึ่งกิโล สำหรับผมแล้วเมื่อโอกาสมาถึง ผมไม่ปล่อยให้ประสพการณ์หลุดมือ ผมจะเกี่ยวมันไว้ได้มากที่สุด ผมยกความดีให้กับการวิ่งออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอที่ทำให้กำลังขาผมไม่ตก ถ้ากำลังขาผมไม่ตก กำลังใจผมมีเต็มร้อย ผมจะไปได้อย่างเท่าที่ต้องการ ช่วงที่ผมมีความสุขที่สุดในเวลาเดินทางคือ เวลาแซนวิชหรือไม่ก็มัฟฟินกับกาแฟร้อนๆ แล้วก็แอบเปิลหนึ่งลูก นั่งฟังฟรีคอนเสิร์ต หรืออยู่ริมน้ำ อยู่ในสวนมองผู้คนเดินไปมา เพื่อให้เหมาะกับสังขาร ผมหาซื้อขาตั้งกล้องมาใหม่น้ำหนักเบาแต่แข็งแรง มันใช้การได้ดีเสียอย่างเดียวคือต้องหมุนกล้องเข้ากับขา หมุนเข้าหมุนออกตลอดวันสี่ห้าสิบครั้งก็ไม่ไหว ทำให้ผมต้องมองหาหัวบอลใหม่มาใส่แทนหัวเดิม ผมถามใครก็มีแต่คนแนะนำของแพง ราคาสูงกว่าขาตั้งเสียอีก ในที่สุดผมก็ได้หัวบอลพร้อมแผ่น releasing plate ของเบนโร ราคาเพียง 2/3 ของยี่ห้อสุดฮอต ยี่ห้อมันฟังแล้วคุ้นๆยังไงชอบกล คนขายให้ความมั่นใจกับผมว่าใช้แล้วเลือดลมดี อิอิ ผมหวังว่ามันจะช่วยให้ผมเดินทางไกลๆ เดินทั้งวันได้อย่างมีความสุขสมวัย ผมเตรียมจะนำมันไปใช้ที่ราชพฤกษ์ปีหน้า
Labels: ก่อนลั่นชัตเตอร์
February 2006 March 2006 April 2006 May 2006 June 2006 July 2006 August 2006 September 2006 October 2006 November 2006 December 2006 January 2007 February 2007 March 2007 April 2007 May 2007 June 2007 July 2007 August 2007 September 2007 October 2007 November 2007 December 2007 January 2008 February 2008 March 2008 April 2008 May 2008 June 2008 July 2008 August 2008 September 2008 October 2008 November 2008 December 2008 January 2009 February 2009 March 2009 April 2009 May 2009 July 2009 August 2009 September 2009 October 2009 November 2009